Posted by: piman007 | 26-12-2010

8 ระยะปลอดภัย ก่อนไปซื้อของงาน Commart

เวลาไปงาน Commart ทีไร มักจะมีทั้งเสียงชม และเสียงบ่นออกมาเสมอ โดยเฉพาะในราคาสินค้า ที่หลายคนบอกว่า “ไม่ต้องไปซื้อที่งานหรอก ในห้องไอทีก็ราคาเท่ากัน” บ้างก็ว่า “โปรโมชั่นมีแต่หลอกลวง พนักงานเอาไปหมดแล้ว ไม่ทันเขาหรอก” แต่…ท่ามกลางเสียงบ่นเหล่านี้ กลับมีคำชมออกมาเช่นกัน “รุ้งี้มาซื้อที่งาน Commart ดีกว่า ถูกกว่ากันตั้งเยอะ ของแถมอีกเพียบ”

ในฉบับนี้ขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับการซื้อสินค้าในงาน Commart มาฝากกันครับ เป็นแนวทางการซื้อสินค้าของผมเอง โดยมีโจทย์ที่ว่า “ช็อปแบบคุ้มๆ” ที่มาของเรื่องราวนี้ก็มาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยซื้อของในงาน Commart มาอยู่ทุกครั้ง ตั้งแต่งานครั้งแรก จนถึงงานล่าสุด และคาดว่าในงาน Commart X-Gen นี้ คงต้องเสียเงินอีกรอบ แน่นอน มาดูวิธีและขั้นตอนของผมกันครับ

1. รวบรวามข้อมูลสินค้าที่เราจะซื้อไว้ก่อน

เริ่มด้วยเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะซื้ออะไร โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อ หรือรุ่นลงไปเลย จดเอาไว้ก่อนครับ จากนั้นให้รวบรวมข้อมูลสินค้า เริ่มกันตั้งแต่สเปกของอุปกรณ์ ตามด้วยราคาสินค้า ของแถม และสถานที่จำหน่าย ง่ายๆ ที่สุดเลยก็คือ การเก็บรวมโปรชัวร์สินค้า รวมถึงการท่องเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีข้อมูล แล้วก็จัดการเซฟเป็นไฟล์เอาไว้ เก็บไว้เป็นข้อมูลโดยเก็บมาหลายๆ รุ่นนะครับ ไม่ใช่แค่ 1 รุ่นเท่านั้นเอาไว้เปรียบเทียบกันเมื่อข้อมูลครบแล้ว

2. เริ่มระบุรุ่น ด้วยการดูสเปกและราคา

ต่อด้วยการหาคำตอบว่าจะเอารุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ ในหัวข้อนี้มี 2 แนวทางครับ ทางแรกคือ เรายึดจากราคาที่เราจ่ายได้มากที่สุดเป็นหลัก หรือถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคาก็ยึดหลักจากสเปกของตัวอุปกรณ์เป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น โน้ตบุคส์ หากเรายึกราคาเป็นหลักเราก็จะได้คำตอบค่อนข้างง่ายหน่อย เพราะว่าแต่ละยี่ห้อมีสเปกที่ใกล้เคียงกัน และราคาก็แทบจะไม่แตกต่างกันเลย หากเรายึดจากสเปกก็ให้ระบุความต้องการไปเลย แล้วดูว่ารุ่นไหนใกล้เคียงมากที่สุด ก็บันทึกเอาไว้ เมื่อได้ข้อมูลส่วนนี้แล้ว ให้เลือกรุ่นที่ต้องการ ยี่ห้อละ 1 รุ่นออกมาไว้เลย โดยให้ได้สเปกและราคาที่ใกล้เคียงกับความต้องการของเรามากที่สุด ตอนนี้เราก็จะได้ 1 รุ่น ต่อ 1 ยี่ห้อออกมาแล้ว ต่อไปง่ายๆ เลยครับให้ดูว่าคุณชอบหน้าตาของรุ่นไหน ยี่ห้อไหนมากที่สุด ส่วนนี้เราสามารถคลิกดูได้จากเว็บไซต์ ของยี่ห้อนั้นๆ แต่ถ้ามีเวลามากหน่อย แนะนำให้ไปเดินดูตัวเป็นๆ จากในงานได้เลย

3. ตรวจสอบปัญหาของสินค้าที่เราจะซื้อ

หลังจากได้รุ่น และยี่ห้อที่เราต้องการแล้ว ต่อไปให้ใช้ Google ค้นหาปัญหาของรุ่นนั้นๆ โดยพิมพ์ชื่อยี่ห้อ ตามด้วยรุ่นของสินค้าลงไป แล้วคลิกเพื่อค้นหาข้อมูลได้เลย วิธีการนี้ผมใช้มาหลายครั้งแล้วได้ผลค่อนข้างดีครับ แต่ข้อมูลต่างๆ ที่เราค้นหานั้น ก็ควรจะดูจากหลายๆ แหล่งด้วย เพราะบางคนที่เจอปัญหาแล้วไม่สามารถเคลียร์กับศูนย์บริการได้ ก็มักจะโพสต์ในอินเตอร์เน็ตซ้ำๆ หลายๆ ที่ ดังนั้นควรพิจารณาให้ดีครับ ผมเคยไปค้นหาข้อมูลโน้ตบุคส์ยี่ห้อหนึ่ง เจอแล้วค่อนข้างตกใจ ว่ามีคนเจอปัญหาซ้ำๆ กันมากมาย โชคดีมากๆ ที่ยังไม่ได้ซื้อ ส่วนใครที่ห่วงว่า เอ… แบบนี้รุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งวางขายจะมีปัญหาหรือไม่ อันนี้ไม่มีใครตอบได้ครับ เพราะต้องรอให้มีคนซื้อไปก่อน แต่เราก็สามารถตรวจสอบเรื่องอื่นๆ ได้ต่อเช่นกัน เช่นพวกศูนย์บริการต่างๆ ว่ามีปัญหาในการบริการหรือไม่ ราคาอะไหล่แพงแค่ไหน เป็นต้น

4. หาข้อมูลและโปรโมชั่นของงาน

เมื่อได้รุ่น ได้ยี่ห้อแล้วต่อไปลองไปดูโปรโมชันของงาน โดยปกติแล้วมักจะมีให้ดูก่อนงานประมาณ 1-2 สัปดาห์ ที่เว็บไซตื http://www.commartthailand.com และ http://www.commart.co.th โดยข้อมูลที่ให้ส่วนใหญ่จะไม่ละเอียดมากนัก มีสเปกให้ดูคร่าวๆ และราคา ส่วนนี้ต้องดูให้ดีนะครับ มักจะมีเงื่อนไขอยู่ด้วย เช่น ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นสินค้าแลกซื้อเท่านั้น จำนวนจำกัดต่อวัน ต้องกรอกคูปองเพื่อรอจับรางวัลในเวลาที่กำหนด เป็นต้น หลายคนลืมดูเงื่อนไข พอไปซื้อไม่ได้ตามที่ต้องการ ไปโพสต์ด่าตามเว็บบอร์ดต่างๆ ก็มีให้เห็นเยอะครับ เพื่อความสบายใจสินค้าต่างๆ ที่มีโปรโมชั่นมักจะมีเงื่อนไขอยู่เสมอ (ท่องไว้ครับ) ส่วนนี้ก็เลือกดูสินค้าให้ครบถ้วนทุกหมวด ลองดูว่ามีรุ่นที่เราต้องการด้วยหรือไม่ ถ้ามีก็จัดการเลย รีบไปซื้อตั้งแต่วันแรก หรือถ้ามีโปรโมชั่นแบ่งเป็นจำนวนตามวัน การไปซื้อตั้งแต่วันแรก หรือถ้ามีโปรโมชั่นแบ่งเป็นจำนวนตามวัน การไปซื้อตอนเช้าโอกาสได้สินค้าสูงกว่ามาก ส่วนใครที่ดูโปรโมชั่นอื่นๆ แล้วเกิดสนใจมากกว่ารุ่นที่เราเลือกไว้ตอนแรกแล้ว ก็ไม่มีปัญหาครับ ลองไปหาข้อมูลอื่นๆ ตามข้อ 2 ดูก่อน ถ้าตกลงปลงใจแล้วก็จดใส่กระดาษเพื่อรอซื้อได้เลย

5. บัตรเครดิต มักจะมีโปรโมชั่นให้เสมอ

สำรวจในกระเป๋าเราก่อนว่ามีบัตรเครดิตอะไรบ้าง ต่อด้วยกระเป๋าแฟน และกระเป๋าเพื่อน จากนั้นก็ให้ดูที่แผ่นพับซึ่งจะส่งมากับใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในแต่ละเดือน เจอแล้วก็เปิดดูเลยครับว่ามีโปรโมชั่นอะไรที่เกี่ยวกับงานบ้าง (ส่วนใหญ่เดือนก่อนที่จะจัดงานมักจะมี) พื้นฐานเลย ณ ปัจจุบันนี้ก็คือ ผ่อน 0% กี่เดือนก็ว่ากันไป แต่หลังๆ นี้ผมเห็นมีโปรโมชั่นบัตรที่น่าสนใจมากๆ คือ ส่วนลดจากราคาเต็ม เมื่อเราเลือกซื้อแบบผ่อน 0% ซึ่งต้องดูข้อมูลต่อไปด้วย ส่วนใหญ่จะระบุว่า เฉพาะรุ่นและยี่ห้อที่ร่วมรายการเท่านั้น ซึ่งแน่นอนครับ ลองดูจากเครื่องหมาย * เล็กๆ หรือข้อความเล็กๆ ที่จะระบุไว้ในเอกสาร นอกจากนี้ก็ยังมีโปรโมชั่นเสริม เช่น ซื้อครบ 20,000 บาท รับฟรีคูปองสุกี้ หรือรับแต้มพิเศษ หรือสินค้าเพิ่มเติม พวกนี้มักมีให้เห็นอยู่เสมอ ลองดูข้อมูลไว้ให้ดีนะครับ ใครมีบัตรเครดิตไม่เยอะ ก็ลองถามพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ เพื่อขอใช้สิทธิ์แทนได้ แต่วันชำระเงินต้องพาเจ้าของบัตรไปรูดให้ด้วยนะครับ

6. ทุกอย่างพร้อมถึงเวลาไปงาน Commart แล้ว

ปกติงาน Commart จะจัดประมาณ 4 วัน ประมาณวันพฤหัส, ศูกร์, เสาร์ และอาทิตย์ เวลาเข้าชมงานก็ตั้งแต่ 10.00 น. ไปจนถึง 20.00 น ของทุกวัน ทีนี้เราจะไปวันไหนดีล่ะ เอาเป็นว่าถ้าคุณเลือกซื้อรุ่นที่ทำโปรโมชั่นอยู่ มีจำนวนจำกัด ไปให้เร็วที่สุด ตั้งแต่วันพฤหัส เลยครับ แต่ถ้าสินค้ารุ่นไหนแบ่งโปรโมชั่นออกเป็นวันๆ ก็เลิอกไปในช่วงเช้าของแต่ละวัน อย่าชะล่าใจ คนไปงานเยอะมากๆ สินค้าโปรโมชั่นไม่เยอะ ถ้าไปช้าโอกาสได้น้องครับ ส่วนสินค้าที่ใช้วิธีจับสลาก ก็ต้องไปกรอกข้อมูลก่อนแล้วค่อยรอประกาศอีกด้วย ส่วนใครที่ไม่ได้เลือกรุ่นที่โปรโมชั่น ถ้ามีเวลาแนะนำว่าให้ไปเร็วหน่อยครับ เพื่อไปเก็บโปรชัวร์ และสำรวจราคาสินค้า ว่ามีระดับราคาเหมือนหรือแตกต่างจากข้อมูลที่เราหาไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ปกติเท่าที่ผมสังเกตเรื่องของราคาจะมีแค่ 2 แบบเท่านั้นก็คือ 1.ราคาเท่ากับห้างไอทีเลย แต่พิเศษกว่าเพราะมีของแถมมากขึ้น และยังมีพวกโปรโมชั่นบัตรเครดิตเข้ามาเสนอ และมีคูปองชิงรถเอาไว้ให้เราได้ลุ้นอีกด้วย 2. ราคาพิเศษกว่าข้างนอกเลย ถูกกว่าเนื่องจากทำโปรโมชั่นกับงาน หรือเป็นการลดราคาสินค้าโดยยี่ห้อนั้นๆ เอง ซึ่งมีหลายสาเหตุเช่น มีรุ่นใหม่เข้ามา หรือต้องการโปรโมตสินค้รรุ่นนั้นๆ ได้ราคาและรุ่นแล้ว อย่าลืมเก็บโปรชัวร์มาด้วย

เมื่อได้ข้อมูลต่างๆ แล้ว อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ ณ วินาทีนั้นเลย ถอยออกมาก่อน เพื่อความชัวร์ครับ ตอนนี้หากคุณดูสเปกเป็น อ่านสเปกแล้วไม่เกิดคำถามใดๆ ในใจ หรือมีเพื่อนผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำอยู่ ก็วิเคราะห์พิจารณาแล้วก็ตัดสินใจได้เลย ส่วนใครลุยเดี่ยว แต่ดูสเปกแล้วเกิดอาการไม่แน่ใจที่พึ่งของคุณที่ดีที่สุดก็คือ มุมให้คำปรึกษาการเลือกซื้อสินค้าภายในงาน ที่มีชื่อว่า Buyer’s Guide Corner อยู่ในงานนั่นแหละครับ อยู่ตรงบริเวณทางเดินยาวๆ ยัง Zone C ไปไม่ถูกให้ถามเจ้าหน้าที่ของงานเลย เจอแล้วสามารถขอคำปรึกษา หรือถามคำถามที่คุณสังสัยได้เลข โดยเบื้องต้นจะมีน้องๆ ที่เชี่ยวชาญสินค้าแต่ละตัวให้ข้อมูลอยู่แล้วครับ หากน้องๆ ไม่สามารถตอบคำถามได้ ก็จะส่งต่อไปให้พี่ๆ ทีมบรรณาธิการมาช่วยตอบคำถามให้อีกที ซึ่งมั่นใจได้ครับเพราะว่าเราเป็นกลางไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ใด หรือไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับสินค้ายี่ห้อใดๆ ทั้งสิ้น และหากสินค้าที่คุณจะซื้อเป็นโน้ตบุคส์ ก็มีอีกจุดหนึ่งที่จะเดินไปปรึกษาได้ นั่นก็คือ บริเวณบูธของอินเทล เขาก็มีมุมให้คำปรึกษาการเลือกซื้อโน้ตบุคส์ เช่นกันครับ ชื่อก็จะคล้ายๆ กัน ซึ่งของอินเทลลคงเน้นไปเรื่องของการเลือกซื้อโน้ตบุคส์ และพีซีมากว่า ส่วนตัวแล้วผมไม่เคยไปถามเลยไม่รู้ว่าเ)้นอย่างไร ไว้มีโอกาสจะไปลองนั่งปรึกษาดูบ้าง ได้ข้อมูลอย่างไรไว้มาแชร์ให้ฟังครับ

7. ถึงเวลาซื้อจริง และจ่ายเงิน

เอาหล่ะครับ ถึงเวลาที่เราจะต้องเสียเงินแล้ว แต่การเสียเงินของเราครั้งนี้ ควรจะมากับคำถามว่าคุ้ม ไม่ใช่มาพร้อมปัญหา หรือน้ำตา สำหรับสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อ มักจะมีร้านค้าต่างๆ มาจำหน่ายสินค้า ภายในงาน ซึ่งไม่ได้เกิดจากการจำหน่ายโดยตรงของยี่ห้อนั้นๆ สังเกตได้จากการวางสินค้าที่มีลักษณะเหมือนๆ กัน แต่มีป้ายราคาที่แตกต่างกัน คนขายก็คนละคนกัน ซึ่งเราสามารถเดินวนรอบบูธเพื่อสอบถามข้อมูลได้ โดยที่เราควรสอบถามแลยมีดังนี้

  • ราคาสินค้ารุ่นที่เราซื้อนั้นเท่าไหร่ รวม VAT แล้วหรือยัง
  • จ่ายบัตรเครดิต มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง มีส่วนลดหรือเปล่า
  • จ่ายเงินสดลดได้เท่าไหร่ ?
  • มีของแถมอะไรให้บ้าง ของแถมมีประกันหรือไม่
  • ร้านอยู่ที่ไหน ขอนามบัตรเอาไว้ด้วย
  • ประกันกี่ปี ถ้ามีปัญหาเปลี่ยนเครื่องได้ภายในกี่วัน
  • มีศูนย์บริการที่ไหนบ้าง

สำหรับเรื่องราคานั้นก็ต่อรองกับคนขายเอาเองนะครับ บางร้านอาจจะมีส่วนลดให้มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป ส่วนคนที่คิดว่าซื้อวันสุดท้ายจะถูกกว่าวันแรก ส่วนนี้ต้องบอกว่าเกิดขึ้นเฉพาะสินค้าราคาไม่แพงบริเวณโซน C ชั้นล่างซะส่วนใหญ่ ส่วนสินค้าชิ้นใหญ่ หรือสินค้าที่มีราคาสูง ซื้อวันไหนก็ไม่ต่างกันครับ แถมไปซื้อวันท้ายๆ อาจจะไม่ได้ของเลย ต้องไปรอรับหลังงานประมาณ 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นถ้าตัดสินใจได้เลยก็เดินไปซื้อเลย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็จัดการชำระเงินแล้วก็รับสินค้าครับ

8. ก่อนกลับบ้านอย่าลืมสิ่งสำคัญ

เมื่อชำระเงินเสร็จแล้ว บางร้านก็จะส่งสินค้าให้เราเลยเพราะมีอยู่ในบริเวณบูธ แต่สินค้าบางตัวอาจจะเก็บไว้ที่สต็อกภายในงาน หรือรถบรรทุกที่จอดในลานจอดรถ ก็รอรับของเลยนะครับ จากนั้นให้ตรวจสอบตัวสินค้าให้แน่ใจว่าพร้อมทำงาน และไม่มีอะไรเสีย หากมีของแถมก็ตรวจดูด้วยว่าครบถ้วนหรือไม่ ส่วนใครที่ใช้โปรโมชั่นบัตรเครดิตก็เก็บสลิปไปแลกคูปอง หรือสินค้าเพิ่มเติมทื่บูธของบัตรเครดิต อยู่ตรงไหนก็ถามพนักงานที่ขายสินค้าให้เรานั่นแหล่ะครับ ส่วนอื่นๆ ที่อยากจะฝากไว้ก็คือ เมื่อได้สินค้าแล้ว หากสามารถทดลองใช้งานเบื้องต้นได้ก็ควรลองครับ หากพบปัญหาใดๆ ก็สามารถแจ้งพนักงานขายได้ทันที สินค้าบางตัวสามารถเปลี่ยนตัวใหม่ๆ ได้เลย กรณีที่มีปัญหาจากตัวอุปกรณ์เอง นอกจากนี้อย่าลืม ใบเสร็จรับเงิน (บางทีต้องรอรับใบเสร็จตัวจริงหลังงาน เพราะไม่สามารถออกให้ได้ในทันทีซึ่งจะส่งให้ทางไปรษณีย์ภายหลัง) นามบัตรร้านค้าที่จำหน่าย เพื่อกรณีเครื่องมีปัญหา

REF: http://www.commart.co.th


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: