Posted by: piman007 | 10-08-2010

เหตุการณ์สุดคลาสสิกของอาชีพโปรแกรมเมอร์

เหตุการณ์สุดคลาสสิกของอาชีพโปรแกรมเมอร์
Category: Life, Programmer

สังเกตดูดีๆ คนที่ทำงานสาย software developer นั้น จะเจอเหตุการณ์ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอดชีวิตการ
ทำงานสายนี้ และต่อไปนี้ขอเชิญอ่าน เหตุการณ์สุดคลาสสิคของโปรแกรมเมอร์เมอร์เมอร์.(มีเสียงสะท้อนเล็กน้อย)
·       โปรเจ็คที่ได้รับมักจะดูเหมือนง่ายในตอนแรก แต่สับสนวุ่นวายในตอนสุดท้าย
·       การให้โปรแกรมเมอร์ทำเอกสาร เปรียบเสมือนเอานาวิกโยธินสหรัฐไปประกวดนางสาวไทย
·       ตอนเขียนโปรแกรมเอง Test เอง ไม่เจอ Bug แต่ตอนไป Test กับลูกค้าเสือกเจอ!!
·       ตอน Test กับลูกค้าเหมือนจะไม่มีบั้กแล้ว พอเริ่มใช้งานระบบจริง แม่ง เสือกเจอ!!!
·       พอโปรแกรมพังตอนใช้งานจริง โปรแกรมเมอร์มักเอ่ยว่า ตอน Test ไม่เห็นเป็นเลย แล้วก็จบด้วยการทำหน้างงๆ แสดงให้เห็นว่า กูไม่รู้จริงๆนะเว้ย
·       ประเมินเวลาของโปรเจ็ค 10 วัน ไม่ใช่การเขียนโปรแกรม 80 ชั่วโมงต่อคน แต่อาจะเป็น100ชั่วโมงต่อคน หรือมากกว่านั้น
·       Programmer เก่งกาจจะเป็น System Analyst ทำเอกสารได้ห่วยแตก
·       Programmer ที่เก่งกาจมันพูดภาษาคนแล้วเข้าใจยาก
·       System Analyst ที่ทำเอกสารได้เก่งกาจ มักจะเคยเป็น Programmer ที่เขียนโปรแกรมได้ห่วยแตกมาก่อน
·       ลูกค้าไม่เคยให้ Requirement ครบ
·       ลูกค้าคือพระเจ้า   นอกจากลูกค้าแล้ว Google ก็เป็นพระเจ้าเหมือนกัน
·       งาน Coding ไม่เคยเสร็จก่อนกำหนด
·       ออกแบบระบบจนเสร็จ แล้วค่อยเขียนโปรแกรม เป็นแค่เรื่องในฝันเท่านั้น (สำหรับคนไทย)
·       คนให้ Requirement จริงๆ มักจะไม่ค่อยอยากได้ระบบ IT หัวหน้ามันนั้นแหละ อยากได้
·       บางที Bug ก็ไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการคำจำกัดความ
·       Bug ก็เหมือนความรัก มองไม่เห็น แต่รู้สึกถึงมันได้
·       ไม่มี OT มีแต่ O-Free
·       Project ที่ โปรแกรมเมอร์ปั่นงานจะจนดึกดื่น มักจะมี Bug เยอะ ถึงเยอะมาก
·       ลูกค้ามักจะขี้เกียจ Test โปรแกรมของมันเอง  แต่พอใช้งานจริงแล้วเจอ Bug ชอบมางอแง
·       เขียนโปรแกรมช้า ใช่ว่าจะไม่มี Bug  เขียนโปรแกรมเทพ ใช่ว่าจะไม่มี Bug สรุปว่าเขียนยังไงโปรแกรมก็มี Bug
·       การแก้ Code ของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองเป็นเรื่องที่น่าปวดกบาลมาก
·       Code ยิ่งเทพเท่าไหร่ แก้ Bug ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น  และคนเขียน Code เทพ มักจะโดนสาปแช่งจาก Programmer ที่ต้องมาแก้งานมัน
·       ถ้าโปรแกรมช้า เราจะโทษว่า Server ไม่ดี
·       System Analyst ที่แก้ Design บ่อยๆ มักจะอ้างกับ Programmer ว่า ก็ลูกค้ามันเปลี่ยน
·       System Analyst ที่เพิ่ม Requirement บ่อยๆ มักจะอ้างกับ Programmer ว่า ก็ลูกค้ามันขอเพิ่ม
·       Programmer ที่ทำงานไม่ทัน มักจะอ้างว่าประเมินเวลามาน้อยเกินไป
·       มีความเชื่อว่า Application ไม่ต้องการความสวยงาม
·       Requirement สามารถเปลี่ยน เพิ่ม ได้ตลอดเวลา แต่มันไม่มีทางลดลงแน่นอน
·       การเล่น Internet ไร้สาระ คือการผ่อนคลาย  การเล่น msn คือการผ่อนคลาย    การเล่น social network เป็นการผ่อนคลาย
·       ด่าลูกค้าเป็นความบันเทิง และผ่อนคลาย
·       Internet มีทุกอย่างที่โปรแกรมเมอร์ต้องการ
·       พิมพ์สัมผัสได้ เป็นผลจาการ Chat อันหนักหน่วง
·       มีความเชื่อว่า ถ้าพิมพ์คีย์บอร์ดด้วยความรุนแรง จะดูเท่
·       คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า โปรแกรมเมอร์ทำได้ทุกอย่างที่เกียวกับ computer   ดังนั้น โปรแกรมเมอร์เป็นที่พึ่งให้ เพื่อนๆ พ่อ แม่ พี่น้อง อากง อาม่า เวลามีปัญหากับเทคโนโลยีใหม่ๆ
·       ไม่มีโปรแกรมเมอร์คนไหน กลับบ้านตรงเวลาตลอด
·       ชีวิตจะบัดซบทุกครั้ง ที่ไฟดับ
·       ตอน Present โปรแกรมให้ลูกค้าดู ต้องไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนทุกครั้ง
·       เวลาขี้เกียจแก้งาน โปรแกรมเมอร์จะบอกว่า “Code ตรงนี้กูไม่ได้เป็นคนเขียนครับ
·       เวลาโปรแกรมมีปัญหา ลูกค้ามักจะบอกว่า ยังไม่ได้ไปทำอะไรมันเลยนะ อยู่ๆก็ใช้ไม่ได้
·       โปรแกรมเมอร์ว่างงาน มักง่วงตอนสายๆ หรือบ่ายๆ
·       คาเฟอีนคือยาวิเศษ
·       การนั่งหลับเวลาง่วงมักไม่ค่อยได้รับความยอมรับจากหัวหน้า
ปล.และอื่นๆอีกมากมาย
 
 
ที่มา: ไม่รู้มันมากับ FWD mail โดนใจเลยเอามา post แซะเลย

Responses

  1. โดนทุกเม็ด 555


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: