Posted by: piman007 | 16-04-2008

อำลาอาลัย “เนะ” เพื่อนรัก

เมื่อวันศุกร์ที่ 12 เมษา ที่ผ่านมา เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ด้วยความที่สงกรานต์นี้เป็นวันหยุดยาวอยากไปเยี่ยมเนะเพื่อนเก่าที่เกาะช้าง ติดค้างคำสัญญาไว้กับเนะหลายปีตั้งแต่รู้ว่าบรรจุเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลเกาะช้าง แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนสักที เป็นอะไรไม่ทราบผมพยายามโทรหาเนะตั้งแต่เมื่อต้นเดือนแล้วก็ไม่ติด ด้วยความคิดที่ว่าคงปิดเครื่องหรือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ ก็เลยไม่รู้สึกเอะใจอะไร ก็พยายามโทรหาเพื่อนๆ ถามถึงเบอร์ที่บ้านบ้าง หรือเบอร์ใหม่บ้าน คำตอบคือเงียบ
 
คืนวันศุกร์ที่ 12 เมษา ประมาณ 1 ทุ่มก็กะเซอร์ไพร์สโทรไปที่โรงพยาบาล ถามหาพยาบาลที่ชื่อ (เนะ)สมพร ….. ปลายสายบอกว่า ออกไปแล้ว ผมถามว่าเนะไปไหน ย้ายไปไหน ผมเป็นเพื่อนเนะโทรเข้ามือถือไม่ติดไม่รู้ว่าเปลี่ยนเบอร์รึเปล่า เค้าเลยถามว่าจะมาเที่ยวที่เกาะช้างเหรอ ผมบอกว่าใช่  ปลายสายบอกว่า เนะ เสียแล้วนะ รพ.เพิ่งชันสูตรศพได้ผลมาเดือนกว่าๆ เอง ผมแทบช็อต ความรู้สึกเก่าๆ ก่อนหน้านั้นวิ่งผ่านเหมือนฉายหนังซ้ำ ตั้งแต่ที่พบกันเมื่อตอนค่ายวิทยาศาสตร์จุฬาฯ (ค่ายสุริยุปราคาเต็มดวง ปี 2538 ที่โคราช) ภาพเก่าๆ ในกลุ่มเพื่อน Framming House ที่เคยร่วมกิจกรรมมาด้วยกัน ร้องเพลงเล่นกันอย่างสนุกสนานโดยที่ไม่ถือตัวแต่อย่างใด เนะเป็นเด็กผู้หญิงที่เรียบร้อย ผมจำได้กับคำพูดประโยคหนึ่งที่มักแทนตัวผมว่า "ทีหลังไม่นำบ้าก็ได้นะ" แสดงว่าผมบ้าที่สุดในกลุ่มนะสิ  คำสัญญาที่ทุกคนสัญญากันวันนั้นคืออีก 75 ปีข้างหน้าเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงอีกครั้งไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็ตาม เราจะมาพบกันอีกที่นี่ (พระธาตุแห่งหนึ่งที่โคราช) เป็นคำสัญญาก่อนที่จะเกิดปรากฎการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากกลับจากค่ายผมก็ยังติดต่อเพื่อนๆ เกือบทุกคนรวมทั้งเนะด้วย ถึงจะคุยกับเนะไม่สนุกเท่ากับคนอื่นๆ ผมก็นับว่าเนะเป็นเพื่อนสนิทผมคนหนึ่งที่มักจะมีประโยคเด็ดๆ สุดท้ายที่มักจะพูดว่า "จ้า จ้า" แล้วก็หัวคิกๆ เสมอ ทำให้ผมต้องหัวเราะตามไปด้วย
 
เนะ เรียนพยาบาลก็ได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าฝึกงาน หรือว่าพบเจออะไรบ้าง มักจะพูดว่าต้องเข้าหวอดอีกแล้ว อืมมม ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร ผมเรียนคอมนี่ แต่ก็เดาๆ ว่าน่าจะเข้าเวรอะไรทำนองนั้น มักจะบ่นว่าเหนื่อยแต่ผมก็ให้กำลังใจอยู่เนืองๆ เสมอว่าอีกไม่กี่ปีก็จบแล้วทนเอาหน่อยเพื่ออนาคต เนะ สู้ๆ  จนวันที่เนะบอกว่าเรียนจบแล้ว ผมก็เลยบอกว่าเนะอยากได้อะไรเป็นของขวัญที่เรียนจบ เนะบอกว่า อยากได้ ตำราแพทย์เล่มหนึ่งผมก็เห็นว่า อืมม เข้าท่าดีก็เลยซื้อให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ เสียงเนะดีใจมากๆ ที่ได้รับของขวัญ ตอนวันรับประกาศนียบัตรวิชาชีพพยาบาลที่ตราดเนะก็ชวนผมให้มาร่วมงานด้วย ผมก็ไม่ปฎิเสธโทรไปบอกจอย จอยบอกว่าให้เอกเป็นตัวแทนแสดงความยินดีด้วยละกัน เลยเดินทางจากกรุงเทพฯ คนเดียว ไปพักบ้านเนะ คืนนึง ผมจำได้ว่าตอนที่มารับมีเนะกับเพื่อนขี่มอเตอร์ไซต์มาด้วยกัน มารับผมในตัวจังหวัด 4 ทุ่มครึ่ง เนะก็จัดแจงที่นอนผมให้ผมนอนที่นอกชาน (เป็นบ้านไม้) ก็ยังแซวๆ กันเล่นๆ ว่าเอกนอนได้มั๊ย จะเข้าไปนอนกับเราที่ห้องมั๊ย ผมยังบอกว่า บ้า ไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามิใช่หรือ ผมก็ไล่ทั้งเนะและเพื่อนเนะเข้าไปนอน
 
ตอนเช้า น้าสาวของเนะก็ขับรถไปส่งพวกเราที่วิทยาลัยพยาบาล ผมจำได้ว่าระหว่างรอ น้าของเนะซื้อช่อดอกไม้รับปริญญาแล้วก็ยื่นมาให้ที่ผมแล้วก็บอกว่า ฝากให้เนะด้วย ทั้งๆ ที่ตัวเค้าเองก็อยู่ร่วมพิธีตลอด ตอนบ่ายลุงเค้าก็รับพาไปเลี้ยงข้าว ร้านอาหารริมแม่น้ำจันทรบุรี แล้วก็ส่งผมขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทางที่นั่งรถไปนั้นเนะก็บอกว่างานรับปริญญาที่ ม.บูร อย่าลืมมาให้ได้นะ
 
พอใกล้ถึงวันรับปริญญา ยายผมเสียช่วงนั้นอยู่สงขลาเลยไปหาเนะไม่ได้ แต่ก็ฝากแสดงความยินดีด้วย
 
เนะโทรมาบอกว่า เนะได้บรรจุเป็นพยาบาลแล้ว ที่โรงพยาบาลเกาะช้าง ยังไม่เคยไป ในใจอยากทำงานบนฝั่ง ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก บรรจุก่อนแล้วค่อยย้ายก็ได้ ตอนนี้มีที่ว่างไหนใกล้บ้านก็เอาไว้ก่อนนะ เนะสู้ๆ  "จ้า จ้า" ไว้ว่างๆ เอกจะไปเยื่ยมนะ เนะก็บอกว่ามาเลยจะพาเที่ยวเกาะช้าง แล้วก็ต่างคนต่างหัวเราะ
 
ตลอดเวลาที่เนะทำงานที่เกาะช้าง มักจะบอกว่าเหนื่อย แต่ผมมักจะบอกว่า เพื่ออนาคต เนะสู้ๆ เนะก็ตบท้ายด้วยคำว่า "จ้า จ้า" แล้วก็หัวเราะ
เนะบอกว่ามีหมอมาจีบ แต่เนะไม่ชอบเค้ามีภรรยาแล้ว ผมก็บอกว่าดูดีๆ ก็แล้วกันนะ เนะก็ตบท้ายด้วยคำว่า "จ้า จ้า" แล้วก็หัวเราะ
 
หลังจากนั้นขาดการติดต่อกับเนะไป ผมแต่งงานแล้วไม่ได้ติดต่อเพื่อนคนใดอีกเลย รวมทั้งเนะด้วย
 
ผมเลิกกับภรรยาแล้ว ก็พบว่าชีวิตที่เคยผูกพันธ์กับเพื่อนๆ หายไป (เพื่อนผมส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงนะ)  ก็เลยเริ่มติดต่อกันอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งเนะด้วย
 
ครั้งแรกที่โทรไปเสียงเนะดีใจ เนะก็ถามถึงว่าเอกแต่งงานแล้วเป็นยังไงบ้าง ผมก็บอกว่าเลิกกับภรรยาแล้วมีปัญหาไม่ถูกกับพ่อแม่เค้า
เนะก็เปลี่ยนไปอีกอารมณ์นึง เนะก็บอกว่าเราก็มีปัญหาเหมือนกัน (ขอไม่เล่านะครับ) ผมเลยเปลี่ยนไปถามเรื่องลูกว่าชื่ออะไรกี่ขวบแล้ว
เนะบอกว่าชื่อ ค็อปเตอร์ อายุ 2 ขวบ ผมก็หัวเราะบอกว่า เนะคิดอะไรตอนที่ตั้งชื่อลูกรึเปล่า เนะก็หัวเราะ ก็เราอยากให้ลูกชื่อนี้อ่ะ
ผมก็บอกว่า งั้นถ้าเอกว่าเดี๋ยวเอกจะไปเยี่ยมหลานนะ เนะบอกว่ามาเลย
 
ท้ายสุด ก่อนปีใหม่ผมโทรไปหาเนะ โทรไปสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า ได้คุยกันไม่กี่คำ เนะบอกว่า ขอตัวก่อนนะ เสียงเนะเศร้าๆ ยังไงก็ไม่รู้ ไม่มีคำว่า จ้า จ้า เหมือนแต่ก่อน
 
เหมือนหนังฉายซ้ำไป ซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
 
ผู้ชายปลายสาย บอกว่าให้โทรมา 2 ทุ่มครึ่ง พยาบาลเพื่อนเนะจะมาเข้าเวร สองทุ่มครึ่งแป๊ะ ผมโทรไปพยาบาลรับสาย ผมก็บอกว่าเป็นเพื่อนเนะ แล้วก็ถามถึงความเป็นไป เค้าก็เล่าว่า พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น วันที่ 7 เนะมาทำงานตามปกติ ตอนเช้ายังมาด้วยอารมณ์แจ่มใสอยู่เลย ไม่มีวี่แววอะไร พอตกบ่าย เนะบอกว่า ปวดหัว สักพักบอกว่าเริ่มหายใจไม่ออก ทางโรงพยาบาลเห็นท่าไม่ดีก็เลยส่งเรือเร็วไปยังฝั่ง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ตราด อาการเนะไม่ดีขึ้นไม่ได้สติ หมอบอกว่าทุกอย่าง Failed ไปหมดแล้ว แต่ตอนตี 4-5 เหมือนมีปฎิหารย์ เนะเริ่มรู้สึกตัว หยิบปากกาเขียนบอกเป็นภาษาอังกฤษได้ว่ามีอาการอย่างไร ทุกคนต่างดีใจ รุ่งเช้าจึงกลับโรงพยาบาลกันทุกคนโล่งอก ตอนสายญาติเนะให้ย้ายเนะไปรักษาต่อในกรุงเทพฯ แต่ระหว่างทางไปถึงเขาสมิงเนะก็เสียชีวิตลง  แพทย์ลงความเห็นหลังจากชันสูตรแล้วว่า เป็นเพราะระบบหายใจล้มเหลว
 
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาผมได้เดินทาง เข้าไปร่วมทำบุญ 100 วัน ที่วัดไผ่ล้อมตัวเมืองตราด ร่วมไว้อาลัยกับผู้ตาย
 
จนถึง ณ บัดนี้ผมยังไม่เสียใจกับการจากไปอย่างรวดเร็วมากของเพื่อนสนิทคนนี้ คนที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นเสาหลักของน้องๆ ที่เพิ่งเข้ามหาลัย เพื่อนที่ไม่เคยลำบากย้อท้อแต่อุปสรรคใดๆ ยอมทนยากลำบากเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว และส่งน้องๆ ที่อยู่ในวัยกำลังเรียน
 
ขอให้ดวงวิญญาณของเนะไปสู่สุขติสรวงสวรรค์วิมาณชั้นฟ้า เพื่อนคนนี้จะระลึกถึงเพื่อนเสมอไป
 
เอก-พิมาน วัชโรบล 16/04/2551
 

Responses

  1. สวัสดีครับ…
    ผมเป็นแพทย์ประจำอยู่โรงพยาบาลเกาะช้าง
     
    ผมขอสงวนชื่อ ผมอยากเล่าเรื่องของเนะเพิ่มเติมให้คุณอ่าน เพราะเท่าที่อ่าน blog ของคุณ มีใจความคลาดเคลื่อนไปบ้างบางจุด
    ผมเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลเกาะช้างตั้งแต่ต้นปี 2550 เนื่องจากผมต้องออกมาใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชนเป็นปีที่ 2 ตามที่กระทรวงกำหนด…ถูกต้องครับ ผมก็ได้มาเจอกับเนะที่นี่  แต่ไม่ใช่ครั้งแรก…????
     
     มันก็เหมือนกันกับคุณที่คิดถึงเรื่องนี้ทีไรเหมือนหนังที่ฉายย้อนกลับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า และผมก็รู้สึกเหมือนมันเป็นชะตาฟ้าลิขิตให้ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นผู้หญิงที่อยู่ในความทรงจำของผม
     
       ผมกับเนะเจอกันครั้งแรกที่สุดเมื่อปี 2549 ตอนที่ผมใช้ทุนปีที่ 1 อยู่ที่ รพ.ตราด …ช่ายยย เธอมาคลอดลูกที่นี่ และผมเกือบได้เป็นคนทำคลอดเธอ หากเธอไม่ฝากครรภ์พิเศษกับหมอสูติกรรม
     
        แต่แล้วในที่สุด หลังจากที่เธอคลอดเจ้าคอปเตอร์ออกมาด้วยความยากลำบาก ผมก็เลยเป็นผู้ที่ถูกส่งไปราวน์ (เยี่ยมผู้ป่วย) ตอนเช้าของทุกวัน เนื่องจากขณะนั้นผมวนอยู่ที่แผนกสูติกรรม …ดูสิครับ ว่ามันเหมาะเจาะแค่ไหน
     
         ชีวิตการเป็นแม่ของเนะ..มันช่างลำเค็ญและยากแค้น ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Vacant เริ่มจากคลอดไม่ออก คาดว่าเนื่องจากกระดูกเชิงกรานของเธอค่อนข้างแคบเกินไป จนทำให้เธอเกือบต้องผ่าคลอด นอกจากนั้น หลังจากคลอดเนะก็มีปัญหาเลือดตกไม่หยุด จนต้องให้เลือดไปหลายถุง คอบเตอร์ต้องไปนอนในตู้อบ ยังไม่จบ ..รู้สึกว่าจะมีภาวะมดลูกอักเสบด้วย ผมได้เจอเนะทุกวันตอนนั้น แต่ขณะนั้นมันก็แค่ในฐานะหมอกับคนไข้ ผมยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าเธอเป็นพยาบาล รพ.อะไร
    จนได้มาทำงานที่รพ.เกาะช้าง วันแรกที่ทำงาน เนะก็มาตบไหล่ แล้วบอกว่า จำได้ไหม…."-_- ผมก็นึกไม่ค่อยออกแต่ก็คุ้นหน้า ตอนหลังจึง อ๋ออออ คนที่เราเคยดูหลังคลอดให้นี่นา
     
    เนะกับผมเรียกได้ว่าเป็นหมอกับพยาบาลที่คุยกัน เล่นหัวกันได้มากกว่าพยาบาลคนอื่น ไม่ใช่เพราะผมปิ๊งเนะนะครับ แต่เป็นเพราะว่าเราอายุเท่ากัน เรียนมารุ่นๆเดียวกัน และก็รุ่นเดียวกันกับคุณนั่นแหละ ผมคุ้นนามสกุลคุณมากเลยนะครับ วัชโรบลเนี่ย ไม่ทราบคุณเรียนมัธยมโรงเรียนอะไรครับ ?
     
    ช่วงแรกๆที่ผมรู้จักกับเนะ เนะเป็นคนร่าเริงแจ๋มใส ออกแนวขี้เกียจเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลาอยู่เวรดึก  จะมึนมาก สั่งอย่างอาจจะไปทำอีกอย่าง คงเป็นเพราะนอนไม่ค่อยพอหรือเป็นคนขี้เซานี่หละ…. จนบางทีผมก็อดสงสารเธอไม่ได้ เพราะหลายๆเรื่องในชีวิตเธอมันดูขมวดปม แล้วจะค่อยๆเล่าให้ฟัง…
     
    เนะเป็นคนอำเภอใกล้ๆกับตัวจังหวัดตราด เกิดและโตที่นั่น เนะเป็นมีพี่น้องสองคน คือเนะ และน้องสาว ห่างกันประมาณ 4-6 ปี ไม่แน่ใจ แต่เด็กเธออยู่กับแม่ของเธอคนเดียว โดยแม่กับพ่อของเธอแยกทางกันตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้  ด้วยความเป็นพี่สาวคนโต แม่ของเธอซึ่งเป็นหญิงต่างจังหวัดทำงานรับจ้าง,ทำการเกษตรธรรมดา และด้วยเหตุที่เรียนมาน้อย จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น(ซึ่งจะค่อยๆเล่าให้ฟัง)
     
    แม่เนะพยายามปลุกปั้นให้เนะเป็นเสาหลักของครอบครัวให้ได้ เนื่องจากเป็นผู้หญิงแกร่ง จึงพยายามให้ลูกสาวคนโตเป็นคนหาเลี้ยงต่อ โดยเฉพาน้องสาวอีกคนที่ยังเรียนไม่จบ ต้องใช้เงินส่งเสียและจุนเจือคนในครอบครัวพอสมควร เนะจึงต้องแบกรับภาระตรงนี้ไปเต็มๆ คือการเอาเงินเดือนอันน้อยนิดของเธอมาส่งน้องเรียน และมาให้แม่ใช้จ่าย (แม่ไม่ค่อยมีรายได้แล้ว) นี่คือ 1 เหตุในความเครียดของเธอในระยะหลัง
     
     เนะเป็นผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาจัดว่าค่อนข้างดี จึงไม่แปลกที่จะมีคนโน้นคนนี้มาจีบบ้าง แต่ไอ้เฒ่าหัวงูที่มีเมียแล้วมาจีบอันนี้ผมเคยได้ยินแต่ไม่สนใจ ไร้สาระ, เสียดายในเว็บนี้ไม่มีรูปเธอให้ดู เธอไม่สูงนัก ผิวค่อนข้างขาว ผมยาวตรง คางแหลม ตากลมโต จมูกค่อนข้างโด่ง    ความรักของเธอที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังเกิดขึ้นมาหลังจากที่เธอได้บรรจุ และมาทำงานเป็นพยาบาลที่เกาะช้าง ….แน่นอนว่าต้องไม่พลาดสายตา หนุ่มๆที่เกาะแน่ แล้วเธอก็ตกลงปลงใจกับชายหนุ่มรูปร่างโปร่ง หน้าตาค่อนข้างดี ที่มีแม่ทำการค้าและสวนที่เกาะ ส่วนตัวหนุ่มคนนั้นทำการเกษตรแบบที่คนเกาะทั่วไปทำ
     
    แรกรักของเธอ ได้รับความกรุณาข้อมูลมาจากหัวหน้าและรองหัวหน้าพยาบาล รพ.เกาะช้าง แรกรักนั้นช่างหวานซึ้ง หนุ่มคนนี้มาหาเธอทุกวัน มารับมาส่งไม่ให้ขาด บางทียังขึ้นไปรับถึงบนฝั่งเวลาเธอกลับบ้าน พูดจาหวานซึ้ง ปานจะกลืน …เรียกได้ว่าเป็นคู่รักที่หวานแหววที่สุดในขณะนั้น ซึ่งแน่นอนตอนนั้นเนะมีความสุขมาก
    และแล้วทั้งคู่ก็ลงเอยกัน และมีลูกชายด้วยกัน 1 คนคือคอปเตอร์
     
    หลังจากเธอมีลูกแน่นอนว่าเธอจะมีภาระเพิ่มมากขึ้น ที่จะต้องเลี้ยงลูกเพิ่มขึ้นจากการเลี้ยงแม่และน้องที่บ้าน  เหตุการณ์คงดีขึ้นกว่านี้ถ้าจะไม่มีปัญหานึงเข้ามากวนใจ ซึ่งแน่นอนว่ามันเกิดจากคนใกล้วตัวนี่แหละ……..
     
    โปรดติดตามตอนสองนะครับ วันนี้ง่วงแล้ว อยู่เวรด้วย

  2. === ความผิดพลาดที่ไม่มีวันได้แก้ไข  ===
    หลังจากที่คอปเตอร์มีอายุได้ประมาณ 1 ปี เรื่องราวต่างๆในชีวิตเธอก็เริ่มเปลี่ยน ดังคำที่ว่า " ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง "  โดยสิ่งที่มักทำให้คนเราผิดหวังที่สุดก็คือสิ่งที่คนเราหวังเอาไว้มากที่สุด…
    ผมเพิ่งรู้เรื่องราวอย่างชัดเจนก็เมื่อตอนที่เนะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว เพราะเมื่อตอนปลายปี 50 ผมเองก็สังเกตุเห็นได้ว่า เนะเปลี่ยนไป เธอซึมลง ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเล่นกับผมเหมือนก่อน จนเมื่อวันหนึ่งก็ได้ทราบว่าเป็นเพราะอะไรเนื่องจาก เนะนั่งมอไซด์ขึ้นมาที่หอพักบนโรงพยาบาลกับพยาบาลอีกคนนึง และได้ย้ายของมาอยู่กับเพื่อนพยาบาลคนนั้น ถูกต้องครับ คุณเองก็คงรู้มาบ้าง เธอทะเลาะกับสามีเธอนั่นเอง 
    ตอนแรกผมก็คิดว่า มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของลิ้นกับฟัน มันต้องมีทะเลาะกันบ้าง เดี๋ยวก็คงคืนดีกันเอง ไม่น่าจะมีอะไรมาก ถึงแม้ว่าจะได้ยินคนอื่นพูดกันบ่อยๆ ถึงความเลวทรามของฝ่ายชาย
    ผมไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์โลกแห่งนี้ ..ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กผมจำได้ว่าผู้ชายมักจะเป็นตัวเริ่มของปัญหาครอบครัวอยู่เสมอ อย่างเช่น เจ้าชู้ กินเหล้า เล่นการพนัน ติดโรค แม้ว่าผู้หญิงจะมีบ้างแต่ก็เป็นส่วนน้อย
    เนะก็เป็นหนึ่งคนที่ประสบกับปัญหาโลกแตกเช่นนี้ สามีเธอดื่มค่อนข้างจัด งานการก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง ทำให้ช่วงหลังๆ เนะไม่สบายใจเป็นอย่างมาก และทะเลาะกันหลายครั้ง แต่เนะไม่เคยนำมาเล่าให้คนอื่นฟังเลยสักครั้ง ข่าวที่ออกมาก็ใหลออกมาจากคนรอบข้าง เธอได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ภายไต้ใบหน้าอันเรียบเฉยขึ้นแต่เก่า  นอกจากนั้น สิ่งที่เริ่มสังเกตุได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่สามีเธอ ไม่มารับมาส่งเหมือนก่อน ซึ่งพี่ๆพยาบาลเล่าว่า โดยปรกติเมื่อก่อน สามีเธอจะขับรถมาส่งและมารับเธอทุกวัน แต่ช่วงหลังๆ เธอต้องขับมอไซด์กลับเอง ถึงแม้ว่าฝนจะตกหนักก็ตาม…
    และแล้วปัญหาที่สุมขึ้นมาก็ปิดไม่มิด ลามขึ้นไปถึงขนาดที่ทำให้แม่ของเนะต้องขึ้นมาจากบนฝั่ง มาด่าหน้าบ้านสามี ซึ่งแทนที่แต่ละคนจะใช้เหตุผล คนผิดต้องสำนึก แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น นี่คือข้อเสียที่รุนแรงที่สุดของคนที่ไม่ได้รับการศึกษาอย่างเพียงพอ
    ตอนนั้น มีการยื้อแย่งคอปเตอร์กันอยู่ช่วงหนึ่ง และเนะต้องย้ายมาอยู่กับทางรพ. แต่ท้ายที่สุดก็ตกลงกันได้ เธอกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม ซึ่งผมคิดว่าทั้ง 2 คนคงจะตกลงกันได้แล้วตอนนั้น
    หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีเรื่องราวใหญ่โตอีก มีแต่เรื่องประปรายซึ่งคนอื่นไม่สนใจเพราะชินแล้ว แต่เนะก็ยังไม่ได้สดใสเหมือนกับตอนแรกที่ผมเจอ
    จนมาถึงวันที่ทุกคนไม่คาดคิด รวมทั้งผมเอง หลังจากข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระพี่นางออกมาไม่กี่วัน ก็มีข่าวเศร้าของกลุ่มพยาบาลที่นี่…
    มันเริ่มขึ้นจากเช้าของวันพฤหัสของต้นเดือนมกราคม วันที่มีการประชุมประจำเดือนของพยาบาล รพ.เกาะช้าง แน่นอนว่าเนะต้องมาด้วย วันนั้นเธอไม่ได้ขึ้นเวร   วันนั้นเธอได้พาคอปเตอร์มาด้วย ผมจำได้อย่างชัดเจนว่าผมรู้สึกว่าวันนั้นผมเห็นเนะแต่เนะไม่หันหน้ามาหาผมเลย ภาพสุดท้ายที่อยู่กับผมตอนนั้นก็คือ ผมกำลังตรวจอยู่ในห้องและเห็นเนะสวมชุดดำกางเกงดำอุ้มคอปเตอร์จากทางด้านหลัง…นั่นเป็นภาพสุดท้ายจริงๆ
    และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็มาถึง วันรุ่งขึ้นผมก็ใช้ชีวิตไปตามปรกติในวันนั้น ซึ่งผมเองอยู่เวรด้วย ผมขึ้นไปอยู่บนห้องพักแพทย์ ตอนประมาณ สี่ทุ่มครึ่งก็มีโทรศัพท์ดังในห้องผม ซึ่งผมก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องตามลงไปตรวจคนไข้ชัวร์ แต่เมื่อยกหูปลายสายกลับพูดว่า …"หมอ เนะแย่แล้วนะ ตอนนี้อยู่ ไอซียูที่กรุงเทพตราด หมอลงมาคุยกันหน่อย " ผมตกใจมาก หัวใจผมเต้นแรง ถึงจะไม่ใช่ญาติแต่นี่ก็คนที่คุ้นเคยกัน ทำไมถึงเป็นอย่างนี้
    ผมลงมาจากห้องพักแพทย์ ก็พบว่าพยาบาลเวรได้โทรแจ้งพยาบาลทุกๆคน รวมทั้งผอ.ด้วย ไม่นานนักทุกคนก็ลงมารวมกันหน้า รพ. เพื่อที่จะแจ้งข่าวและวางแผนเดินทางไปเยี่ยมเนะบนฝั่ง ซึ่งตอนนั้นทุกคนใจเสียและทราบดีว่าโอกาสรอดนั้นค่อนข้างน้อย…
    ในที่สุดทุกๆคนก็ตัดสินใจเดินทางไปเยี่ยมเนะในขณะนั้น ซึ่งเวลาใกล้เที่ยงคืนเต็มทน เรือเฟอร์รี่ไมมีออก จึงต้องขออนุญาติ ผอ.รพ นำเรือเร็วของ รพ.บรรทุกเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมบนฝั่ง ซึ่งหัวหน้าพยาบาลรพ. จอดรถคอยอยู่ที่ท่าเรือเพราะแกขึ้นฝั่งไปตั้งแต่เย็น
    วันนี้พอแค่นี้ก่อน ครั้งหน้าจะมาเล่าข้อมูลดิบของเหตุการณ์การเสียชีวิต , ผลการผ่าพิสูจน์ และความคิดเห็นถึงสาเหตุการเสียชีวิต

  3. เรื่องราวชีวิตของเนะเศร้ามากเลย ผู้หญิงคนนึงที่ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ นานา โดยที่ผมเองก็ไม่รู้เลยว่าเธอผู้นี้ผ่านชีวิตที่ยากเย็นแสนเข็นเพียงไร เธอเก็บงำความรู้สึกนั้นไว้เพียงผู้เดียว จนท้ายที่สุดก่อนที่จะเป็นฉากสุดท้ายของชีวิตน้ำเสียงของเธอดูเศร้ามาก ไม่เหมือนแนะคนเดิมที่ผมเคยรู้จัก แต่ผมก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไร ตอนนั้นคิดแต่เพียงว่าเธอต้องดูแลลูกซึ่งยังเล็กอยู่ คงคุยด้วยนานๆ ไม่ได้ ผมคิดได้เพียงเท่านั้น จนถึงวันที่ผมทราบข่าวก็รู้สึกใจหาย ยิ่งไปพบและพูดคุยกับน้าเค้าด้วยยิ่งเศร้าใจไปใหญ่
     
    ยังไงต้องขอรบกวน มูลเหตุแห่งการเสียชีวิต ,ผลการผ่าพิสูจน์ และความคิดเห็นถึงสาเหตุการเสียชีวิต ด้วยนะครับผมอยากทราบเช่นกัน เพราะเป็น case ที่แปลกมากผมเองยังคาใจอยู่เลยเมื่อทราบข่าวว่าเนะเสียชีวิตด้วยอายุอานามอันสั้น
     
    ขอบคุณครับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: