Posted by: piman007 | 13-11-2007

Framming House 2002 MBK 22/01/2545

จอย – จูน – เนะ – เอก – กวาง – นิว – ป้อม แล – เอ๋ – โจ้ –  และ กริช 
 
Framming House ก็คือชื่อบ้าน (ชื่อกลุ่ม) มาจากชื่อนักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งชื่อ เฟรมมิ่ง ตอนที่ไปค่ายวิทยาศาสตร์ จุฬาปี 2538 (สุริยุปราคา ที่จังหวัดนครราชสีมา ตุลาคม 2538) ซึ่งแต่สมาชิกแต่ละคนก็ล้วนแล้วมาคนละจังหวัด คนละโรงเรียนกัน ได้มาเจอกันที่นี่ คนที่ตั้งชื่อกลุ่มก็คือ นิว (เศรษฐา) ตอนนั้นผมสนิทกับนิวมากแบบว่าไปไหนไปกัน เป็นเพราะว่าผมมาจากโยธิน กับเพื่อนอีก 1 คน ที่ไม่ค่อยสนิทกันมากนักเพราะว่าอยู่กันคนละห้อง
 
framming05
 
ค่ายวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้จัดได้ดีมากมีการคัดเลือกในการเข้าร่วมกิจกรรมด้วย เช่นข้อสอบที่แสนจะตอบยากมาก ฮ่าๆๆๆ จริงๆ นะ แต่ที่จริงแล้วพวกพี่ๆ เฉลยว่าใครที่มีไอเดียแปลกๆ ในการตอบคำถามก็จะได้เข้ามาร่วมกิจกรรมที่นี่ ซึ่งมันก็จริงแฮ่ะ เพราะว่าคำตอบที่ผมตอบตัวอย่างเช่นมีโจทย์ว่า ไข่กับไก่อะไรเกิดก่อนกัน คำตอบของผมก็คือ … แฮ่ะๆๆ จำไม่ได้แล้ว แต่รู้สึกว่าเขียนไปถึงไดโนเสาร์สูญพันธ์ DNA อะไรทำนองนั้น แล้วก็ แมลงวันตัวหนึ่งบินด้วยความเร็วนึง วิ่งเข้าหารถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วหนึ่ง ต่อจากนั้นแมลงวันจึงบินตามรถไฟขบวนนั้น ถามว่าแมลงวันตัวนั้นจะต้องบินด้วยความเร็วเท่าไรจึงจะบินตามทัน ผมตอบว่า มีค่าเท่ากับ 0 เป็นเพราะว่าแมลงวันโดยรถไฟชนตายตั้งแต่แรกตอนเจอกันแล้ว แบบว่าเละคารถไฟ ดังนั้นจึงไม่ต้องออกแรงบินอีกต่อไป แล้วก็มีอีกข้อนึงก็คือมีมวลอยู่ 8 ลูกซึ่งมีขนาดเท่ากันแต่หนักไม่เท่ากัน ถามว่าจะมีวิธีการชั่งอย่างไรจึงจะสามารถแยกว่ามวลก้อนไหนหนักที่สุด โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องชั่งอย่างมากที่สุด 2 ครั้งเท่านั้น ผมก็เลยตอบไปว่า (วาดรูปประกอบ เป็นตาชั่งแบบสองแขน) ขั้นแรกก็นำมวลทั้งหมดนำมาชั่ง ซึ่งตาชั่งก็จะเอนไปทางด้านที่มีน้ำหนักมาก แล้วก็ดูอีกว่า ในส่วนของฝั่งที่เอนน่ะ ฝั่งไหนที่เอนลงไปอีกก็ให้นำมวล 2 ก้อนนั้นมาชั่งเพื่อหาว่าลูกไหนหนักที่สุด
 
framming04
 
สมาชิกในกลุ่ม Framming Hose ก็มี "จอย จูน เนะ เอก กวาง นิว ป้อม เอ๋ โจ้ แล้วก็กริช (ที่จริงร้องเป็นเพลงนะเนี่ย) แล้วก็มีพี่บ้านอีก 2 คนคือ พี่นากับพี่มิ๊ก" ซึ่งกลุ่มเราพี่ๆ ปลื้มเป็นอย่างมากเพราะว่าสามัคคีกันมากที่สุด แม้ว่าจะทะเลาะกันบ้างก็ตาม ที่สำคัญ ประธานรุ่นแล้วก็รองประธานรุ่นก็อยู่ในกลุ่มนี้ก็คือ จอย กับ นิว ก่อนที่ทุกคนจะกลับต่างก็ตกลงกันว่า แม้เราจะอยู่ห่างกันแค่ไหน แม้ว่าทุกคนจะจากไป แต่ อีก 75 ปีข้างหน้า ทุกคนก็จะมารวมตัวกันอีกครั้ง ณ สถานที่เดิมซึ่งเคยสัญญากันเอาไว้
ตอนนี้สมาชิกที่สามารถติดต่อกันได้ก็คือ จอย เรียน Biogenitic & BioCame ที่นิวซีแลนด์, จูน เรียนเศรษฐศาสตร์ ม.หอการค้า, เนะ เรียนพยาบาลที่จันทบุรี (วิทยาลัยสังกัด ม.บูรพา), เอก (ตัวผมเอง) เรียน Com-Science Mahidol, กวาง ติดต่อไม่ได้เลยหลังจากวันที่ลงรถที่รังสิต ผมยังจำภาพที่ผู้ชายตัวโตๆ ผิวคล้ำๆ คล้ายเท่าเปา ใส่แว่นดำ แล้วก็สะพานเป้เดินลงจากรถ แล้วก็โบกมือลา, นิว เรียนวิศวะคอมฯ จุฬาฯ, ป้อม หรือที่เรียกกันว่าทาทา คนนี้ไม่ค่อยอยู่บ้านโทรไปทีไรไม่อยู่ทุกที แต่ผมชอบเรียกเค้าว่าเด็กโหลด😛, เอ๋ เรียน วิทยาฯ เคมี จุฬา, โจ้ หายสาบสูญไปตั้งแต่กลับจากโคราช ไม่ได้ติดต่อกันเลย สถานที่ติดต่อก็ให้ที่โรงเรียนมา ดังนี้ ณ ปัจจุบันนี้ไม่ทราบชะตากรรม, กริช เค้าไปสบายแล้ว หลังจากเจอกันครั้งสุดท้ายที่มี Meeting ที่จุฬาฯ พี่ๆ พาทั้งค่ายไปเลี้ยงที่ MK (วันนั้นสนุกมาก เราไปกันแทบพูดได้เลยว่า เราเหมาทั้งร้าน เพราะว่ามีสามาชิกร่วมค่ายก็เป็นร้อยแล้ว ตอนจ่ายตังก์พี่เค้าก็พูดออกมาพลางควักกระเป๋าว่า พี่ๆ นะพ่อแม่ส่งมาเรียนหนังสือแต่วันนี้พี่ก็ต้องทำหน้าที่เลี้ยงพวกน้องๆ ) หลังจากวันนั้นผ่านไป 1 ปี ผมได้โทรไปที่บ้านกริซเพื่อที่จะอวยพรปีใหม่ แต่มีผู้ชายคนนึงรับแล้วก็บอกว่า กริซ เค้าเสียแล้วนะ เราก็ยังไม่ทันคิด พูดกับไปว่า อะไรเสียครับ พ่อเค้าบอกว่า กรีซเค้าโดนรถชนตาย เนี่ยพรุ่งนี้จะไปทำบุญ 100 วัน จะไปด้วยมั๊ย ผมถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูก ก็เลยโทรบอกเพื่อนคนอื่นๆ แต่ทุกคนต่างก็ไม่ว่างกัน ผมเองก็ติดสอบด้วย
 
พวกเรากลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันเลยถึง 6 ปี
 
framming01
ซ้ายสุด คือจูน ถัดมาก็คือ จอย แล้วก็ นิว แล้วก็ผมครับ ส่วนคนอื่นๆ ติดต่อไม่ได้ หรือไม่ก็ไม่ว่าง เช่น เนะซึ่งต้องฝึกงานที่ตราด
ตอนแรกผมนัดเจอจอยที่คณะทันตฯ มหิดล ซึ่งครั้งแรกที่เจอจำไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผมยืนมองอยู่ว่าเมื่อไหร่จอยจะมา ได้เวลาใกล้นัดแล้ว ปรากฏว่าในขณะที่ผมจะขึ้นไปรอข้างบนชั้น 4 ของคณะทันตฯ นั้นมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่ชุดสีน้ำตาลเป็นชุดเดียวกัน (ชุดติดกับกระโปรง นึกไม่ออกว่าเค้าเรียกว่าอะไร) แล้วก็ใส่แว่นตา สะพานกระเป๋าใบเล็กๆ เดินอย่างรีบๆ ผ่านไป เราก็มองตามพลางคิดว่า เด็กมัธยมคนนี้สงสัยจะมาหาหมอฟัน แล้วก็พอผมเดินมาถึงหน้าลิฟต์ เฮ้ยยย คุ้นๆ หน้าจังเด็กผู้หญิงคนนั้น แล้วเค้าก็มองแล้วทำหน้างงๆ แล้วก็พูดว่า เอกหรือเปล่า ฮ่าๆๆๆ ทีนี้ก็เฉลยได้ว่าเป็นจอยนั้นเอง
 
framming03
ส่วนจูนผมได้ส่ง EMS ไปหาเพราะไม่มีเบอร์โทรศัพท์ มีแต่ที่อยู่ใหม่เท่านั้น ซึ่งได้จาก เนะ ปรากฏว่าในการที่เราหวังดีกะว่าจะให้จดหมายไปถึงไวๆ แต่ปรากฏว่าวันนั้นไม่มีใครอยู่บ้าน ดังนั้นทางไปรษณีย์ก็เลย เก็บจดหมายนั้นไว้ พร้อมกับแนบกระดาษให้ไปรับจดหมาย ณ ที่ทำการไปรษณีย์บางกอกน้อย ซึ่งจูนเล่าว่า เค้าไม่รู้จักเลยว่าไปรษณีย์บางกอกน้อยอยู่ตรงไหน ก็ได้เสาะหาไปเรื่อยๆ แดดก็ร้อน ก็เลยเข้าไปซื้อน้ำกินในร้าน am/pm เพื่อหลอกถามว่าไปรษณีย์บางกอกน้อยอยู่ตรงไหน หลังจากนั้นก็เดินไปถึงไปรษณีย์ ตอนนั้นจูนเล่าว่าอืมมม ดีใจจังถึงแล้ว พลางก็ขึ้นไป แล้วก็ยื่นกระดาษใบนั้นเพื่อที่จะรับ EMS เจ้าหน้าที่เค้าก็ถามไปว่า แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็น จูน (พอดีผมจ่าหน้าจดหมายว่า จูน ก็เพราะว่าจำชื่อจริงไม่ได้) เจ้าหน้าที่จึงถามไปว่ารู้มั๊ยว่าใครส่ง EMS มา จูนบอกว่าแล้วจะไปรู้ได้ยังไงว่าใครส่งมา (วันเกิดก็ไม่ใช่ วันสำคัญก็ไม่ใช่ ใครส่งมาก็ไม่รู้) เจ้าหน้าที่จึงบอกว่า ใบ้ให้ก็ได้ นามสกุล วัชโรบล จูนก็นึกออกว่าเป็น เอก แล้วชื่อจริงชื่ออะไร ตอนนั้นโมโหเจ้าหน้าที่มาก จูนบอกอย่างนั้น แล้วเจ้าหน้าที่บอกต่อไปว่า เพื่อนมียศเป็นถึงร้อยตรีนะ จูนก็คิดในใจว่า เฮ้ยยย เรามีเพื่อนคนนี้ด้วยเหรอ จากนั้นก็บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ไม่รับก็ได้ แล้วก็ลงไปแล้วก็นึกๆๆ ไปด้วย หลังจากนั้นสักพักก็นึกออกว่า พิมาน ก็รีบวิ่งขึ้นไปบอกกับเจ้าหน้าที่คนเดิม เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเป็นเพื่อนกันยังไงไม่รู้จักชื่อ จูนก็สวนกลับไปว่า ก็เราเรียกกันแต่ชื่อเล่น ไม่ได้เรียกชื่อจริง แล้วก็อีกอย่างเวลาผ่านไป 6 ปี ใครจะไปจำได้
 
framming02
หลังจากนั้นจูนก็บอกว่า จะไม่ไปเหยียบไปรษณีย์นั้นอีกแล้ว แล้วก็ถ้าหากใครส่งอะไรมาก็ไม่ต้องลงทะเบีน ไม่ต้อง EMS มานะ จะไม่ไปเอาแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
เสียดายจัง อีกไม่กี่วันจอยก็ต้องกลับไปเรียนที่นิวซีแลนด์แล้ว วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้จะต้องขึ้นเครื่องเดินทาง แหมม วันวาเลน์ไทไม่คิดจะอยู่เหรอ เราก็ถามไปอย่างนั้น จอยก็บอกว่าก็ "วันดีไง วันวาเลน์ไท" จอยบอกต่ออีกว่า ก็มหาลัยจอยเปิดวันที่ 16 กุมภาฯ แล้วจอยต้องนั่งเครื่องบิน 14 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่นิวซีแลนด์ก็ประมาณเย็นๆ แล้วก็เวลาเค้าก็เร็วกว่าบ้านเราด้วย

Responses

  1. ละเอียดมากเลยเอก ขนาดตัวเราเอง ยังจำแทบไม่ได้แล้ว
     
    แต่ก็ดีเหมือนกันนะ พอกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็ตลกดี
     
    ทั้งๆที่ตอนนั้น ตลกไม่ออกเลย
     
    แต่หลังจากนั้น ก็มีเหตุให้เราต้องกลับไปที่นั่นอีกหลายครั้งเหมือนกัน
     
    เนื่องจากเราเป็นสมาชิกสะสมดวงตราไปรษณีย์ เค้าจะส่งให้ปีละครั้ง
     
    ซึ่งก็ไม่กำหนดวันที่แน่นอน ทำให้เราต้องวิ่งไปเอาเกือบทุกครั้ง
     
    แต่โชคดีตรงที่เรารู้จักสถานที่แล้ว บวกกับเค้าจ่าหน้าเป็นชื่อจริง!!! เอิ๊กๆ

  2. แฮ่ะๆ เอกจะบอกกับจูนว่า ครั้งนี้จูนเป็นตัวเอกของเรื่องนี้เลยนะเนี่ย แล้วเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมาจะให้ใครเป็นตัวเอกของเรื่องดีน๊า ป้อม ดีป่ะที่เข้ามาที่ร้านแล้วทำหน้าเอ๋อๆ แบบงงๆ ว่าใช่เพื่อนๆ เรารึเปล่านะไม่ได้เจอกันเป็นสิบปีก็อย่างงี้ล่ะ  แต่สงสัยจูนคงจะบอกว่า "เอก ด้วยนั่นล่ะ ทำให้เรา เอ๋ และยูกิ ไปรอผิดที่" – เซ็นจูรี่คร๊าบบบบ ไม่ใช่โรบินสัน  555


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: