Posted by: piman007 | 04-10-2007

สัญญาณเตือนภยันตรายจากนักวิทยาศาสตร์และนักอุตุนิยมวิทยา

โปรดใช้วิจารณญาณในการรับทราบ
สัญญาณเตือนภยันตรายที่น่าสังเกต และให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือ สิ่งที่มีการกล่าวออกมาจากปากของท่านอาจารย์ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ที่ได้พูดคุยออกอากาศในรายการ “โลกสวยด้วยมือเรา” กับคุณสัญญาคุณากร เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2007 หรือวันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 เวลา 20.47 น. ณ สถานีโทรทัศน์สีช่อง 5 กองทัพบก 
ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าผู้ชมและผู้ฟังส่วนใหญ่ มักจะชมและฟังแล้วก็ผ่านเลยไป  หาได้ใส่ใจในเนื้อหาสาระมากนัก แต่เนื่องจาก ในช่วงที่ฟัง ผู้เขียนรู้สึกขนลุก และเกิดอาการสั่นสะท้าน เหมือนมีสัญญาณเตือนว่าต้องฟังอย่างตั้งใจอย่าฟังผ่านๆ ดังนั้นผู้เขียนจึงตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ ทำให้เก็บเนื้อหามาเล่าสู่ต่อเพื่อนสมาชิกผู้สนใจได้ว่าภยันอันตรายที่ร้ายแรง ที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา พูดกับคุณสัญญา คุณากรว่า “จำได้ไหม เมื่อ 2 ปีก่อน ผมเคยพูดให้คุณสัญญาฯ ทราบว่า ภายใน  12  ปีข้างหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ซึ่งผ่านมาแล้ว 2 ปี  ก็เหลืออีกเพียง 10 ปี (ปีนี้ 2550 ก็น่าจะ หมายถึง ปี 2560 – ผู้เขียน)
 
ที่ ดร.อาจองฯ กล่าวเช่นนั้น ดร.อาจองฯ ขยายความให้ฟังว่า “จากปัญหาโลกร้อน ปริมาณน้ำแข็งมีการละลายมากขึ้น และในที่สุดก็ไหลลงทะเล  และมหาสมุทร ซึ่งพื้นที่ทะเล และมหาสมุทรแม้จะมีมากกว่าส่วนที่เป็นพื้นดิน แต่เผอิญน้ำทะเลทั้งหมดมิได้มีปริมาณที่เท่ากันทั้งโลก แต่ไปถ่วงด้านหนึ่งมากขึ้น  โลกอีกด้านหนึ่งมีน้อยกว่า  (อธิบายเพิ่มเติม เมื่อกางแผนที่โลกจะเห็นได้ว่า โลกประกอบด้วยน้ำ 3 ส่วน แผ่นดิน 1 ส่วน แผ่นดินส่วนใหญ่จะกระจุกตัวกัน ณ บริเวณหนึ่งของโลก ทำให้จุด CG ของโลกมีอยู่ค่าหนึ่ง เมื่อน้ำแข็งละลายลง จุด CG ของโลกเริ่มเปลี่ยนไปเพราะคำว่าจุด CG วัดจากมุมหนึ่งที่อยู่ทางปลายสุดของยอดภูเขาน้ำแข็งผ่านจุดศูนย์กลางไปยังฟากหนึ่ง CG เปลี่ยนไปทำให้การเคลื่อนที่ในแนวระนาบเปลี่ยนไปด้วย ประกอบกับน้ำทะเลเป็นของเหลวย่อมรักษาระดับสมดุลของตัวเอง เมื่อโลกหมุนกระแสน้ำเป็นตัวเสียดทานทำให้โลกหมุนช้าลงและส่วนหนึ่งยังคงถูกเหนี่ยวนำทำให้น้ำบริเวณดังกล่าวมีปริมาณมหาศาล เหมือนกับเราตักน้ำใส่ขัน ปล่อยให้มันอยู่นิ่งๆ สักพักเราก็ผลักขันด้วยความเร่งระดับนำ+ค่า G ทำให้น้ำบางส่วน ณ ปลายจุดที่ผลักสูงขึ้นเพราะของเหลวพยายามคงสภาพรักษาระดับของตัวเองไว้ :พิมาน 04-10-2007)
เมื่อน้ำทะเลไปถ่วงด้านหนึ่งมากขึ้นก็เกิดสภาวะไม่สมดุล เป็นเหตุให้โลกแกว่งตัวผิดปกติ มีผลทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของแผ่นเปลือกโลกแผ่นเปลือกโลกปรับตัวครั้งใดก็จะเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนั้นๆ แผ่นเปลือกโลกจะมีรอยร้าวมากขึ้น 
ขอให้ทุกท่านสังเกตเหตุการณ์ของการเกิดแผ่นดินไหวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีปริมาณมากขึ้น และถี่ขึ้นในทุกพื้นที่ของโลก รวมทั้งกระทบมาสู่ประเทศไทย  ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในลักษณะที่ถี่มากขึ้นเช่นนี้ (ในช่วงต้นปี 2550  หากจำไม่ผิดมีการเกิดแผ่นดินไหวแถวแม่ริม จ.เชียงใหม่ ประมาณ 60 ครั้ง – ผู้เขียน) การเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบให้แกนขั้วโลกมีการเปลี่ยนแปลง หากขั้วแม่เหล็กโลกมีการเปลี่ยนแปลงกระทันหันหายนะครั้งใหญ่ของโลกจะเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน
ก่อนหน้านี้ ประมาณ 1 สัปดาห์เผอิญได้ดูรายการโทรทัศน์ที่คุณสัญญา  คุณากร สนทนากับ ดร.สมิทธิ  ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา (อาจจะเป็นรายการ  “โลกสวยด้วยมือเรา”  ก็ได้  เพราะอยู่ในช่วงวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2550 เวลาประมาณใกล้ๆ  23.00 น.)
สิ่งที่ได้เห็นคือ ภาพแผนที่ประเทศไทยที่ ดร.สมิทธิ์ฯ แจ้งว่า เป็นผู้ระบายสีด้วยตัวเอง ถึงพื้นที่น้ำท่วมถาวรในช่วง  10  ปีข้างหน้า  ถ้าทุกคนในโลกใบนี้  ไม่ตระหนักปัญหาโลกร้อน  ไม่ตั้งใจที่จะช่วยลดปริมาณการเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ในชั้นบรรยากาศของโลก  ทุกคนยังคงเห็นแก่ตัว  เป็นนักบริโภคนิยม  ไม่มีการเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน  ก็เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้  นั่นคือพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ  สมุทรสาคร  สมุทรสงคราม  กรุงเทพมหานคร  นครปฐม  ราชบุรี  เพชรบุรี  นนทบุรี  ปทุมธานี  อยุธยา  สระบุรี  ชลบุรี  และฉะเชิงเทรา  
(ประมาณการด้วยสายตาว่ามีจังหวัดใดบ้างตามแผนที่  ที่คุณสัญญา  คุณากร แสดงให้ดูทางโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ซึ่งก็ น่าจะเป็นพื้นที่ที่จมน้ำถาวร  หรือเป็นพื้นที่ทะเลในอนาคต) (อธิบายเพิ่มเติม จากหลักฐานแผนที่ในอดีตในสมัยทราวดีพื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล อยุธายา สุพรรณบุรี ไม่ปรากฎในแผนที่ คงไว้ซึ่ง นครปฐมเป็นเมืองท่า ลพบุรีเป็นเมืองหลวง ตามหลักของการสร้างเมืองในอดีตมักจะสร้างใกล้แหล่งน้ำที่สำคัญๆ และอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลเพื่อสะดวกในการขนส่งและเดินทางโดยทางเรื่อเป็นสำคัญ หนึ่งในหลักฐานของอาณาจักรทราวดีล่มสลายคือความแห้งแล้ง เพราะพื้นที่เริ่มอยู่ไกลทะเลมากเกินไปความอุดมสมบูรณ์เริ่มน้อยลง มีการขุดค้นพบหลักฐานสำคัญในจังหวัดปทุมธานีคือพบเปลือกหอยทะเลเป็นจำนวนมากใต้ผิวดินที่เป็นตะกอนเกิดขึ้นใหม่ คิดว่าตัวแปรบางส่วนมาจากวัฎจักรของโลก แต่กระบวนการโลกร้อนจากน้ำมือมนุษย์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เร็วขึ้นจากเดิมใช้เวลาเป็นพันๆ ปีกว่าจะครบรอบ แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านยุคนำแข็งมาเป็นยุคอบอุ่นเพียงไม่ถึงพันปี :พิมาน 04-10-2007)
 
สำหรับจังหวัดต่างๆ ริมทะเลทุกจังหวัดของประเทศไทยจะเป็นพื้นที่น้ำท่วมชั่วคราว ช่วงน้ำทะเลขึ้นก็จะท่วม น้ำทะเลลด ก็จะไม่ท่วม ที่ไม่ท่วมเลยนั้นไม่มีทั้งนี้  เพราะปัจจุบันปริมาณน้ำในทะเลมีมากกว่าอดีตนั่นเองนั่นคือ  ปรากฏการณ์ที่จะได้เห็นในช่วง  10  ปีข้างหน้า  ถ้าทุกอย่างดำเนินการเหมือนปกติเช่นทุกวันนี้
ดร.ธรณ์  ธำรงนาวาสวัสดิ์ได้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันมีสัญญาณเตือนถึงภัยพิบัติทางทะเลให้เห็นหลายประการ เช่น ปะการังมีการตายมากอย่างผิดสังเกต น้ำทะเลกัดเซาะชายตลิ่งมากขึ้นในปัจจุบันบางพื้นที่บางส่วนของ จ.สมุทรปราการ บางส่วนของเขตบางขุนเทียนใน กทม.พื้นดินถูกกลืนหาย  กลายเป็นบริเวณน้ำทะเลถาวร  
เมื่อเดือนที่แล้ว  มิถุนายน  2550  มีแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ขั้วโลกใต้แตกลงมาซึ่งเป็นแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่เท่ากับมลรัฐแคลิฟอเนียร์ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาอุณหภูมิของโลกได้ร้อนเพิ่มมากขึ้น
รศ.ดร.ธนวัฒน์  จารุพงษ์สกุล  ภาคธรณีวิทยา  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความจริงว่าปัจจุบันบริเวณอ่าวไทยตอนบนน้ำทะเลท่วมลึกเข้ามาในผืนแผ่นดินปีละ  2–4 เมตร และท่วมลึกเข้ามาในแผ่นดินเรื่อยๆ บริเวณแถวหมู่บ้านคลองด่านและหมู่บ้านขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ พื้นดินหายไปในทะเลมากกว่า  180,000 ไร่แล้ว วัดขุนสมุทรจีนซึ่งปัจจุบันอยู่ในทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร
 
ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร  (นายอภิรักษ์ฯ)  ผู้ว่าการ กทม. ให้ข้อมูลว่า ณ ปัจจุบัน บริเวณชายทะเลบางขุนเทียนมีน้ำทะเลรุกล้ำเข้ามาในบริเวณซึ่งเป็นที่ดินถึงปีละ 5 เมตรและคงสภาพท่วมถาวรในสภาพเช่นนั้น
 
จากข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นสิ่งที่ทุกคนเพียงแต่ “รู้” ไม่เพียงพอแต่จะต้อง “รู้ และเข้าใจตระหนักและจูงใจ” นั่นคือ “ทุกคนจะต้องรู้ถึงสภาพปัญหาที่มีการเปลี่ยนแปลง และเข้าใจสิ่งที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนั้น เกิดจากการกระทำของพวกเราทุกคน ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำลายชั้นบรรยากาศของโลกต้องตระหนักว่าเป็นภัยที่กำลังจะมาถึงตัวเรา ครอบครัวของเรา ภริยา/สามีของเรา บิดามารดาของเรา ลูกหลานของเรา ชุมชน สังคม ประเทศชาติ รวมทั้งโลกของเราด้วย”
ทุกคนจะต้องเลิกผลัดวันประกันพรุ่ง  แต่ “ต้องลงมือทำทันที ที่มีโอกาส”  โดยเริ่มเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราเองก่อน
ทุกวันที่ 9 ของทุกเดือน ขอความร่วมมือจากทุกท่านร่วมใจกันปิดไฟทุกดวง คนละ 15 นาทีในเวลา 19.00 น. หรือ เปิดเพียง 1 ดวงในช่วงเวลาดังกล่าว  เพื่อจะได้มีแสงสว่างพอจะเห็นสิ่งต่างๆ และร่วมกันปิดเครื่องปรับอากาศ คนละ 15 นาทีในช่วงดังกล่าวด้วย เครื่องปรับอากาศทุกเครื่อง จะต้องตั้งอุณหภูมิไว้ที่  25 oC ไม่ควรตั้งต่ำกว่า 25 oC หากที่ใดยังใช้หลอดไฟที่ใช้ไส้ ต้องรีบเปลี่ยนหลอดไฟเป็นชนิดหลอดตะเกียบซึ่งจะลดกระแสไฟฟ้าได้มาก  อีกทั้งหลอดไส้ให้แสงสว่างเพียง  10 % แต่ให้ความร้อนถึง  90 %  ทุกคนจึงควรร่วมใจกันลดปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้า และช่วยกันลดอุณหภูมิความร้อนของโลก  โดยไม่ใช้หลอดไส้อีกต่อไป
ทุกคนควรถอดปลั๊กไฟทุกครั้งที่ไม่ใช้  ไม่ควรเสียบปลั๊กแช่ไว้  แม้มิได้เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า  แต่การเสียบปลั๊กแช่ก็สูญเสียกระแสไฟฟ้าเช่นกัน หากเป็นไปได้  จะต้องพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถส่วนตัวมาใช้รถสาธารณะ  หรือรถไฟฟ้ามากขึ้น
อย่าลืม โปรดแบ่งเวลาบางส่วนของชีวิตท่านในปัจจุบันไปทำจิตให้สงบฝึกการมีสติ และมีสมาธิให้มากขึ้น ฝึกฝนการรักษาศีล 5 อย่างจริงจัง
ฝึกทำความเข้าใจในโลกธรรม 8 โดยเฉพาะส่วนลบของโลกธรรม 8 คือ การเสื่อมยศ เสื่อมลาภ ถูกนินทา และเป็นทุกข์ ทำความเข้าใจว่า “ทรัพย์ทั้งปวง  ของรักของหวงทั้งปวง”  ไม่มีผู้ใดนำไปใช้ในโลกหน้าได้ สิ่งที่เหลืออยู่ และนำไปได้ในโลกหน้าก็มีเพียง “บุญกุศล  บุญบารมี คุณงามความดี ที่เราสร้างไว้เท่านั้น” โปรดอย่าลืมเป็นอันขาด
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: