Posted by: piman007 | 03-10-2007

สารพัดคำถาม ABS

รถยนต์ทุกคันล้วนมีระบบเบรกพื้นฐาน แต่การเบรกะทันหันอย่างรุนแรง หรือบน เส้นทางลื่น ยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการล้อล็อก ABS จึงถูกเสริมเข้ามา เพื่อลดความเสี่ยงนั้น คอลัมน์ MOTORING 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นบทความเกี่ยวกับพื้นฐานและการทำงาน ของเอบีเอส สัปดาห์นี้อ่านเนื้อหาย่อของบทความเดิมสั้น ๆ แล้วต่อเนื่องด้วยสารพัด คำถามเกี่ยวกับเอบีเอส
 
ABS-ANTILOCK BRAKING SYSTEM
เป็นแค่ระบบที่ถูกพัฒนาเสริมเข้ามาไม่ใช่เมื่อมีเอบีเอสแล้วไม่ต้องมีระบบเบรกพื้นฐาน จะเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ หน้าดิสก์หลังดรัม หรือดรัม 4 ล้อ ก็ยังต้องมีอยู่ เอบีเอสทำหน้าที่คงและคลายแรงดันน้ำมันเบรกสลับกันถี่ ๆเพื่อป้องกันล้อล็อก เมื่อต้องเบรกในสถานการณ์แปลก ๆ ข้างต้น เหนือกว่าการควบคุมของมนุษย์ คือ เม่นยำและมีความถี่มากกว่า มีการจับ-ปล่อย ผ้าเบรกสลับกันหลายครั้งต่อวินาที โดยผู้ขับมีหน้าที่กดแป้นเบรกหนัก ๆ ไว้เท่านั้น
 
สาเหตุที่ต้องป้องกันล้อล็อก
เพราะต้องการให้พวงมาลัยยังสามารถบังคับทิศทางพร้อมกับการเบรกอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เบรกแล้วทื่อไปตามของแรงส่งในการเคลื่อนที่อย่างไร้การควบคุมทิศทาง และป้องกันไม่ให้รถยนต์ปัดเป๋-หมุนคว้าง ลองเปรียบเทียบถึงรถยนต์ที่แล่นบนพื้นน้ำแข็งที่ลื่นมากแล้วมีการกดเบรกอย่างเร็ว-แรง ล้อจะหยุดหมุน-ล็อก ในขณะที่ตัวรถยนต์ยังลื่นไถลต่อตามแรงในการเคลื่อนที่ หรือแรงเหวี่ยง โดยพวงมาลัยแทบจะไร้ประโยชน์ เพราะถึงจะหักเลี้ยวไปทางซ้าย แต่ถ้ารถยนต์มีแรงส่งไถลไปทางขวาก็จะไม่สามารถควบคุมทิศทางให้ไปทางซ้าย ตามที่ต้องการได้ การเบรกในสถานการณ์เช่นนั้น ต้องลดความเร็วลงในขณะที่ยังสามารถควบคุมทิศทาง ด้วยพวงมาลัยได้ มิใช่ปล่อยให้ไถล ส่วนในการเบรกตามปกติ ที่ไม่กะทันหัน หรือเส้นทางไม่ลื่น เอบีเอสก็ไม่ได้มีโอกาสทำงานควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก ยังใช้ประสิทธิภาพจริงของระบบเบรกพื้นฐานเป็นหลักเท่านั้น
 
ถาม – เอบีเอสถูกนำมาใช้ในโลกยนตกรรมนานหรือยัง
ตอบ – มีมานานหลายสิบปีแล้ว และในโลกอากาศยาน-เครื่องบินก็มีการนำมาใช้ นานแล้ว เพราะตัวเครื่องบินมีน้ำหนักมาก ล้อเล็ก แต่ต้องหยุดโดยล้อไม่ล็อก ในระยะทางสั้นที่สุด ผู้ผลิตรถยนต์ได้เล็งเห็นการเพิ่มความปลอดภัยเชิงป้องกัน การชน(ACTIVE SAFETY) เพื่อป้องกันล้อล็อกในการเบรกในสถานการณ์ไม่ปกติ จึงมีการพัฒนาใช้ต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ
 
ถาม – ในเมื่อมีข้อมูลจากบางกระแสระบุว่ารถยนต์ที่มีเอบีเอส ไม่ได้ให้ความปลอดภัยในการเบรกมากกว่ารถยนต์ที่ไม่มีเอบีเอส มากนัก แล้วอย่างนี้ควรเลือกซื้อรถยนต์ที่มีเอบีเอส หรือไม่มีเอบีเอส
ตอบ – ตามข้อมูลทางด้านลบที่มีออกมาบ้างว่าในบางสถานการณ์รถยนต์ที่มี เอบีเอสไม่ได้ให้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น น่าจะมีสาเหตุมาจากการขับขี่ขาดความรู้ที่ถูกต้อง มากกว่าผลกระทบจากประสิทธิภาพของเอบีเอสเองเช่น ถอนการกดแป้นเบรก จนเอบีเอสตัดการทำงานหรือเชื่อมั่นแต่เพียงว่ามีเอบีเอสแล้วเบรกจะไม่ชน โดยไม่มีการหักเลี้ยวหลบหลีกสิ่งกีดขวางร่วมกับการเบรก เพราะรถยนต์ที่มีเอบีเอสเหนือกว่าในการป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกบนเส้นทางลื่น หรือกะทันหันเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้ระยะเบรกสั้นลงแต่อย่างใด ถ้ามีโอกาสเลือกซื้อรถยนต์ที่มีเอบีเอส ในราคาไม่แพงขึ้นมาก ก็ไม่ควรพลาด ซึ่งปกติแล้วก็มักจะแพงกว่าไม่กี่ 10,000 บาท และควรใช้งานด้วยความรู้ที่ถูกต้อง รวมถึงใช้สติในการควบคุมรถยนต์ร่วมกันด้วย
 
ถาม – ทำไมเอบีเอสยุคใหม่มีราคาถูกลง แค่ไม่กี่ 10,000 บาท ในการตั้งราคาสำหรับรถยนต์ตัวถังเดียวกันที่มีหรือไม่มีเอบีเอส แม้แต่ปิกอัพหรือรถยนต์ราคาประหยัดคันละไม่ถึง 500,000 บาท ก็ยังมีเอบีเอส แล้วอย่างนี้จะมีประสิทธิภาพดีจริงหรือ
ตอบ – ผู้ผลิตรถยนต์ล้วนทราบถึงประโยชน์ของเอบีเอส จึงพยายาม ลดต้นทุน การผลิตลง และนำมาติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์ระดับต่ำลงมา มิได้จำกัดแค่รถยนต์ราคาแพงอีกต่อไป การลดต้นทุนมีทั้งเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการทำงานของเอบีเอส เช่น ลดจำนวนแชนแนลหรือเซ็นเซอร์ในระบบลง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้ ประสิทธิภาพด้อยลงจนน่ากังวล มีเอบีเอสย่อมดีกว่าไม่มี
 
ถาม – เมื่อเอบีเอสทำงานจะมีอาการสะท้อนที่แป้นเบรก เล้วในรถยนต์แต่ละรุ่นจะมีอาการเหมือนกันหรือไม่
ตอบ – ไม่เหมือนกัน เพราะต้องขึ้นอยู่กับระบบการทำงานที่แท้จริง ซึ่งแตกต่างกัน และสภาพการขับในตอนนั้น เอบีเอสในรถยนต์คันเดียวกัน เมื่อเอบีเอสทำงานแล้ว ไม่จำเป็นว่าต้องมีการสั่นที่แป้นเบรกมากหรือถี่เท่ากันทุกครั้งเสมอไป ไม่ต้องกังวลเรื่องอาการสั่นของแป้นเบรกที่สะท้อนถี่ ๆ ให้ตั้งสติควบคุมรถยนต์ทั้งการเบรกและการหลบหลีกไว้ โดยไม่ต้องตกใจก็เพียงพอ
 
ถาม -ในขณะขับรถยนต์อยู่ ถ้าไฟเตือนเอบีเอสสว่างขึ้น จะต้องทำอย่างไร และจะขับรถยนต์ต่อไปเป็นระยะทางได้แค่ไหน
ตอบ – เมื่อไฟเตือนเอบีเอสสว่างขึ้นให้จอดรถยนต์ในที่ปลอดภัยเพื่อตรวจสอบ เพราะสามารถเป็นไปได้หลายกรณี อาจมีการบกพร่องของอุปกรณ์ในระบบ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งเสียหายมากหรือน้อย ก็ต้องตรวจสอบกันต่อ แต่ไม่ใช่ทั้งระบบเสมอไป ถ้าไม่ใช่ไฟเตือนระบบเบรกพื้นฐานบกพร่อง แต่สว่างขึ้นเฉพาะไฟเตือนเอบีเอส ส่วนใหญ่แล้วจะเสียหายแค่เอบีเอส ระบบเบรกพื้นฐานยังทำงานได้ตามปกติ แต่มีประสิทธิภาพทุกอย่างเสมือนไม่มีเอบีเอสเท่านั้น การตรวจสอบขั้นต้นทำได้ ดูว่าน้ำมันเบรกมีระดับปกติไหม มีน้ำมันเบรกรั่วแฉะ บริเวณชุดเบรกที่ล้อหรือไม่ หรือก่อนหน้านั้นมีน้ำหนักในการกดแป้นเบรกปกติ หรือจมลึกกว่าปกติหรือไม่ ถ้าทุกอย่างปกติก็ยังสามารถใช้รถยนต์และเบรกได้เสมือนระบบเบรกนั้นไม่มีเอบีเอส แล้วค่อยนำรถยนต์ไปซ่อมแซมต่อไป แต่ถ้ามีการรั่วซึมของน้ำมันเบรกก็ต้องนำรถยนต์ซ่อมแซมโดยเร็ว
 
ถาม -เมื่อไฟเตือนเอบีเอสสว่างขึ้นจะทราบได้อย่างไร ว่ามีอะไรในระบบเสียหายบ้าง
ตอบ – โดยทั่วไปไฟเตือนแสดงการบกพร่องของเอบีเอสจะไม่แยกบอกถึง ความเสียหายเป็นจุด ๆ ต้องนำรถยนต์เข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป ถึงจะทราบว่า อุปกรณ์ใดของเอบีเอสเสียหายหรือบกพร่อง
 
ถาม – เมื่อเอบีเอสบกพร่อง ซ่อมอย่างไร แพงไหม
ตอบ – อย่าเพิ่งตกใจว่าจะต้องเปลี่ยนทั้งระบบแล้วต้องเสียค่าซ่อมแพง เพราะเอบีเอสก็คล้ายกับระบบอื่น ๆ ในรถยนต์ ที่มีทั้งเสียน้อยเสียมาก มักไม่เสียจนต้องเปลี่ยนทั้งระบบ บางครั้งแค่เซ็นเซอร์สกปรกหรือเสียเท่านั้นก็ยังมี แค่ตรวจสอบทั้งระบบและเปลี่ยนเฉพาะจุดที่เสียก็เรียบร้อย
 
ถาม – รถยนต์ที่ไม่มีเอบีเอสแล้วอยากติดตั้งเพิ่ม จะทำได้ไหมและแพงหรือไม่
ตอบ – ถ้าต้องการติดตั้งเอบีเอสแบบอิเล็กทรอนิกศ์ตามมาตรฐานของรถยนต์ทั่วไป เพิ่มเติมภายหลัง นับเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก เพราะมีอุปกรณ์ในระบบหลายชิ้น ถ้าเลือกติดตั้งด้วยอุปกรณ์ใหม่ โดยนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการตามยี่ห้อรถยนต์ มักไม่ได้ทำ เพราะตั้งราคาไว้แพงมากกว่าการตั้งราคาในรถยนต์รุ่นที่มีหรือไม่มีเอบีเอสใน โชว์รูมไม่ต่ำกว่า 1 เท่า เช่น เคยตั้งราคาต่างกัน 40,000 บาท เมื่ออยากติดตั้งเอบีเอสเพิ่ม มักจะคิดค่าใช้จ่ายเกิน 70,000-80,000 บาท ขึ้นไป เพราะถือว่าเป็นการสั่งอะไหล่ใหม่ทุกชิ้น และต้องมีการรื้อ-ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ มากมาย ค่าใช้จ่ายที่แพงมากจึงทำให้ เจ้าของรถยนต์มักเปลี่ยนใจไม่ติดตั้ง หรือบางศูนย์บริการไม่รับติดตั้งเพิ่มก็มี เพราะยุ่งยากมาก ดังนั้นถ้ามีโอกาสเลือกซื้อรถยนต์รุ่นที่มีเอบีเอสในราคาไม่แพงมาก ก็ไม่ควรพลาด ในกรณีที่สามารถหาอะไหล่เก่าจากเชียงกงได้ ราคาอาจถูกกว่าเอบีเอสใหม่มาก แต่ต้องแน่ใจว่ามีการถอดอะไหล่มาครบจริง ๆ และต้องเป็นของรถยนต์รุ่นเดียวกัน ในต่างประเทศ จึงสามารถนำมาติดตั้งได้อย่างสะดวก และผู้ติดตั้งก็ต้องมีความชำนาญพอ เอบีเอสถึงจะทำงานได้สมบูรณ์ตามปกติ
 
ถาม – อยากติดตั้งเอบีเอสเพิ่ม จะเลือกจากรถยนต์ข้ามรุ่นได้ไหม
ตอบ – ควรหลีกเลี่ยง แม้ดัดแปลงติดตั้งเข้าไปได้ แต่เอบีเอสอาจทำงานได้ไม่สมบูรณ์ เพราะน้ำหนักรถยนต์และประสิทธิภาพของระบบเบรกพื้นฐานแตกต่างกัน ในส่วนของการติดตั้งก็ยุ่งยากมาก โดยเฉพาะในส่วนของการติดตั้งเฟือง และเซ็นเซอร์ จับสัญญาณการหมุนของล้อ ที่ต้องมีการดัดแปลงตำแหน่งในการติดตั้งใหม่ แต่ต้องสามารถส่งสัญญาณได้แม่นยำตามปกติ
 
ถาม – เอบีเอสที่มีการทำงานลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกต่อวินาที ถี่มาก ๆ ดีกว่าแบบไม่ถี่หรือไม่
ตอบ – ผู้ผลิตรถยนต์ ล้วนพยายามออกแบบให้เอบีเอสมีการลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก ต่อวินาทีถี่มาก ๆ เพื่อรักษาระยะเบรกไว้ ถ้ามีการลดแรงดันน้ำมันเบรกไว้นาน กว่าจะเพิ่มสลับกัน ถี่ ๆ ในช่วงที่ลดแรงดันน้ำมันเบรก ก็จะทำให้ระยะเบรกยาวขึ้น แต่ผู้บริโภคก็ไม่มีโอกาสเลือกว่า รถยนต์คันที่จะซื้อจะมีความถี่สูงสุดในการลด-เพิ่ม แรงดันน้ำมันเบรก เพราะในรถยนต์รุ่นเดียวกันก็ต้องเป็นเอบีเอสระบบเดียวกัน ความถี่สูงสุดในการลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก ไม่ใช่เรื่องเครียดในการเลือกซื้อรถยนต์ เพราะมีเอบีเอสย่อมดีกว่าไม่มี และเรื่องของจำนวนแชนแนล-เซ็นเซอร์สำคัญกว่า ว่าครบ 4 แชนแนล-4 เซ็นเซอร์หรือไม่ ในการใช้งานจริงของเอบีเอสบางรุ่น ก็มิได้มี ความถี่สูงสุดในการลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกทุกครั้งที่เอบีเอสทำงาน แต่ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้น ๆ ด้วย บางครั้งอาจจะมีการลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกถี่มากถี่น้อยไม่เท่ากันก็เป็นได้
 
ถาม – หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ของเอบีเอส หรือเรียกง่าย ๆว่า กล่องเอบีเอส แยกจากกล่องอีซียูหลักของเครื่องยนต์ไหม
ตอบ – ส่วนใหญ่แยกกันอย่างอิสระเพราะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่สำหรับรถยนต์ที่มีทั้งระบบแทร็คชั่นคอนโทรล-ป้องกันการหมุนฟรีของล้อ ในการขับเคลื่อน และเอบีเอสในรถยนต์คันเดียวกัน กล่องเอบีเอสอาจรวมอยู่กับ กล่องควบคุมระบบแทรคชั่นคอนโทรล หรือแยกจากกันก็มี
 
ถาม – บริษัทรถยนต์ผลิตเอบีเอสทั้งระบบเองหรือไม่
ตอบ – ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่ โดยสั่งให้ผู้ผลิตรายย่อยหรือผู้ผลิตเฉพาะทาง (SUPPLIER) ผลิตส่งให้ทั้งในการประกอบรถยนต์และในการจำหน่ายอะไหล่ และผู้บริโภคเองก็ไม่มีโอกาสเลือกซื้อแยกจากผู้ผลิตรายย่อยเหมือนกับอะไหล่พื้นฐาน ทั่วไป
 
ถาม – ในบางช่วงเวลาที่ผ่านมามีการโฆษณาถึงเอบีเอสแบบแปลก ๆ ที่สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ในราคาไม่แพง 10,000-20,000 บาท ต่อรถยนต์ 1 คัน โดยมีรูปทรงของอุปกรณ์เป็นรูปกระปุก ติดตั้งคั่นระหว่างท่อน้ำมันเบรกจากแม่ปั๊มตัวบนกับกระบอกที่ล้อ ดูแล้วราคาไม่แพง ถ้าอยากติดตั้งเพิ่มเติมจะดีไหม
ตอบ – เอบีเอสนั้นเรียกตามหลักวิชาการว่า ไฮดรอลิกเอบีเอส ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ เอบีเอสแบบเดียวกับที่ติดตั้งจากโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไป และเท่าที่ทราบ ไม่มีการติดตั้งไฮดรอลิกเอบีเอสแบบประปุกเป็นมาตรฐานออกมาเลย ไฮดรอลิกเอบีเอสหรืออิเล็กทรอนิกส์เอบีเอส แม้จะมีแนวคิดคล้ายกันคือ ต้องการลดแรงดันน้ำมันเบรกในล้อที่กำลังจะมีอาการล็อก แต่การทำงานจริง เกือบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะอิเล็กทรอนิกส์เอบีเอสจะมีการตรวจจับสัญญาณ การหมุนของล้อด้วยเซ็นเซอร์แล้วส่งต่อไปประมวลผลด้วยหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อควบคุมแรงดันของน้ำมันเบรกไปยังล้อต่าง ๆ อย่างเหมาะสม (แชนแนล) ส่วนไฮดรอลิกเอบีเอส ที่เห็นคล้ายกระปุก ทำงานแตกต่างกัน เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือ คล้ายกับทำให้ท่อน้ำมันเบรกบวมตัวได้เมื่อเหยียบเบรกแรง ๆ หรือแรงดันน้ำมันเบรกเกิน โดยไม่มีการตรวจจับสัญญาณการหมุนของล้อด้วยเซ็นเซอร์ แล้วประมวลผลด้วย หน่วยควบคุมอิเล็ทรอนิกส์ เพื่อควบคุมแรงดันของน้ำมันเบรกอย่างเหมาะสม ตัวกระปุกนั้นถูกติดตั้งคั่นระหว่างท่อน้ำมันเบรกจากแม่ปั๊มตัวบนกับกระบอกเบรกที่ล้อ ภายในประกอบด้วยแผ่นวัสดุสังเคราะห์ (ไดอะแฟรม) ด้านหนึ่งของแผ่นวัสดุสังเคราะห์ มีน้ำมันเบรกไหลผ่านส่วนอีกด้านหนึ่งบรรจุก๊าซพิเศษในแรงดันระดับหนึ่งไว้ (เช่น ไนโตรเจน) เมื่อมีการเบรกแล้วมีแรงดันน้ำมันเบรกเกินจากการเบรกแรง ๆ หรือกะทันหัน แรงดันนั้นจะดันให้แผ่นวัสดุสังเคราะห์ป่องออกไปอีกข้างภายในกระปุก เสมือนเป็นการลดแรงดันน้ำมันเบรก แล้วเมื่อก๊าซที่บรรจุไว้หลังแผ่นวัสดุสังเคราะห์ ในอีกข้างถูกดัน ก็จะเกิดการสะท้อนให้แผ่นนั้นดันกลับไป เสมือนเป็นการเพิ่ม แรงดันน้ำมันเบรกสะท้อนกลับไป-มา ดูเหมือนจะลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกได้ดี แต่เมื่อวิเคราะห์ให้ดีจะพบว่า การลด-เพิ่ม แรงดันน้ำมันเบรกไม่มีการจับสัญญาณจากการหมุนของล้อและประมวลผลว่า ควรลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกอย่างไร เป็นแค่เพียงการลดแรงดันน้ำมันเบรก เหมือนท่อน้ำมันเบรกบวมได้ แล้วสะท้อนกลับสลับไป-มาด้วยแรงดันของก๊าซ อีกด้านของแผ่นวัสดุสังเคราะห์ ดังนั้น ในการทำงานจริงจึงมักไม่แม่นยำหรือตรงกับอาการของล้อที่กำลังจะล็อกเท่าไร จึงอาจจะมีระยะเบรกยาวขึ้นเพราะมีการลดแรงดันอย่างไม่เหมาะสม และหากแผ่น วัสดุสังเคราะห์มีการฉีกขาดกะทันหัน ท่อน้ำมันเบรกจะมีการรั่วจนอาจเกิดอันตรายได้ ถ้าอยากติดตั้งเอบีเอสเพิ่ม ควนหันความสนใจไปที่อิเล็กทรอนิกส์เอบีเอส มากกว่าไฮดรอลิกเอบีเอส แต่ถ้ายุ่งยากมากก็คงไม่สามารถติดตั้งเพิ่มได้
 
ถาม – รถยนต์ที่มีเอบีเอสเมื่อมีการซ่อมระบบเบรกพื้นฐาน หรือเมื่อจะไล่น้ำมันเบรกทิ้ง มีวิธีไล่ลมหรือไล่น้ำมันเบรกอย่างไร
ตอบ – การไล่ลมหรือน้ำมันเบรกของรถยนต์ที่มีหรือไม่มีเอบีเอส มีพื้นฐานคล้ายกันคือไม่ควรมีลมในท่อน้ำมันเบรก ถ้าเอบีเอสไม่มีความซับซ้อนมาก ให้ถอดฟิวส์ของเอบีเอสออกเพื่อตัดการทำงาน แล้วใช้วิธีไล่ลมหรือน้ำมันเบรกตากมปกติ แต่ถ้าเอบีเอสมีความซับซ้อนมาก ก็ต้องใช้วิธีพิเศษที่แตกต่างกันออกไปในศูนย์บริการ
 
ถาม – การขับรถยนต์ที่ไม่มีเอบีเอส ต้องมีเทคนิคในการเบรกอย่างไร เพื่อให้ได้ความปลอดภัย
ตอบ – ไม่ต้องกังวลมากในการขับปกติก็เบรกกันไป เพราะระยะเบรกที่แท้จริง ขึ้นอยู่กับระบบเบรกพื้นฐาน ไม่ใช่เอบีเอส เมื่อต้องเบรกในสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น เส้นทางลื่น เบรกกะทันหันพื้นผิวของเส้นทางมีความลื่นต่างกันในแต่ละล้อ เช่น หลบแค่ 2 ล้อลงไหล่ทาง โดยเน้นว่าไม่ควรกระแทกเบรกแรง ๆ แล้วกดแช่ไว้ เมื่อรู้สึกว่าเบรกแล้วรถยนต์ ยังลื่นไถล หรือไม่สามารถควบคุมทิศทางด้วยพวงมาลัยตามปกติได้ ให้คลายแรงกดแป้นเบรกลงบ้าง เพื่อมิให้ล้อล็อก แล้วกดซ้ำหรือย้ำ-ถอนแป้นเบรกถี่ ๆ พร้อมกับหักเลี้ยวพวงมาลัย เพื่อควบคุมรถยนต์ไปยังทิศทางที่ต้องการ
 
วรพล สิงห์เขียวพงศ์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: