Posted by: piman007 | 03-10-2007

ประเพณีการปลูกบ้าน

บ้านคือที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยหนึ่งในสี่ของปัจจัยหลักของมนุษย์ ดังนั้นคนร้อยเอ็ด จึงให้ความสำคัญกับบ้านเป็นอย่างมาก แม้แต่พื้นที่จะปลูกบ้านก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบจะต้องไม่ปลูกบ้านในที่ที่เป็นบ่อ หนอง น้ำ หรือสระเก่า ไม่ให้ปลูกบ้านคร่อมจอมปลวก หรือตอไม้ สมัยก่อน การเลือกเสาทำเสาเอกต้องเลือกเอาต้นลำปลอดตรง ไม่มีตา ต้องเป็นต้นไม้ใบดกงาม คล้ายร่ม จะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความร่มเย็น อุดมสมบูรณ์
 
การปลูกบ้าน เมื่อจะปลูกบ้านตามประเพณีจะเลือกเอาเดือนคู่คือเดือน 2 (ยี่) เดือน 4 เดือน 6 เดือน 8 (ก่อนเข้าพรรษา) เมื่อเลือกเดือนได้แล้วก็เลือกวันหมายถึงวันฟู วันจม ในแต่ละเดือนถ้าวันฟูจะถือว่าเป็นวันดี แต่วันฟูต้องดูทางโลกด้วยว่าปีนั้นๆ วันใดเป็นวันอุบาทว์ วันใดเป็นวันโลกาวินาศบ้าง จะต้องดูประกอบกัน เช่น ในปี พ.ศ. 2542 วันอุบาทว์คือวันอังคาร กับวันพุธ ฉะนั้นจะทำการมงคลใดๆ ให้เว้นวันดังกล่าวถ้าเลือกเดือนคู่ได้วันดีคือวันพฤหัสบดี วันศุกร์ และต้องเป็นวันข้างขึ้น เช่นเดือนยี่ วันดีมีวันขึ้น 1 ค่ำ 3 ค่ำ 10 ค่ำ และ 13 ค่ำ ดังนี้ แต่การปลูกบ้าน วัน เดือน ปี ใดนั้นต้องตรวจดูฤกษ์ยาม เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย
 
การลงเสาแฮก (เสาเอก) ก่อนจะลงเสาเอกต้องไปหาน้ำ 7 บ่อ คือจากบ่อแก้ว บ่อเงิน บ่อทอง บ่อมี บ่อดี บ่อเหนือ บ่อคุ้ม โดยถือเอาชื่อที่เป็นมงคล ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดมักไปเอาน้ำจากวัดต่างๆ เช่นวัดสระแก้ว สระทอง สระบริสุทธิ์ สระประเสริฐ บ่อจากวัดเหนือ วัดสว่าง เป็นต้น ได้น้ำมาแล้วให้นำมารวมกันทำน้ำมนต์ ในวันที่จะยกเสาแฮกเจ้าของเฮือนจะเอาน้ำทั้งหมดนี้ไป หยอดลงในหลุมที่จะปลูกบ้านทุกๆ หลุม เวลาหยอดต้องเป็นเวลาก่อนไก่ (ก่อนเวลาไก่ลงคอน) คือเวลาตี 3 ถึงตี 4 จึงเรียกว่า "น้ำก่อนไก่" ถือเป็นน้ำบริสุทธิ์ ทำให้ผู้อยู่อาศัยอยู่ซุ่มกินเย็น มีความบริบูรณ์ด้วยสติปัญญา ธนสารสมบัติทั้งมวล นอกนั้นก็เตรียมใบเงิน ใบทอง ใบนาก ใบยอ ใบคูณ (ราชพฤกษ์หรือชัยพฤกษ์) ใบหนุน(ใบขนุน) ใบยม อย่างละ 9 ใบ เพื่อจะลงเสาเอก เหรียญเงิน เหรียญทอง อย่างละ 9 เหรียญ ลงเสาเอก แผ่นทองคำเปลว 9 แผ่น ลงเสาเอก แผ่นเงิน 4 แผ่น แผ่นทอง 4 แผ่น ลงเสาเอก เสาโทอย่างละ 2 แผ่น เวลาในการลงเสาแฮก(เสาเอก) สำคัญมากจึงต้องกำหนดเวลาช่วงเช้าไปถึงเพล (11.00 น.) แต่ชาวร้อยเอ็ดส่วนมากนิยมเวลา 9 โมง 9 นาที ถือว่าจะมีความก้าวหน้า พอได้ฤกษ์ดี นายช่าง เฒ่าแก่และพราหมณ์จะพร้อมกันที่เสา ก่อนจะวางเสาไว้ต้องดู ดาวเพดานเมือง เพราะเป็นดาวหลวงที่สำคัญมาก ผู้ใดจะทำการมงคลใดๆ ให้หลีกหรือหลบดาว ให้ไกลอย่าให้ชนคือไม่มุ่งหน้าไปที่ดาวเพดานอยู่ ดาวเพดานจะอยู่ทิศละ 3 เดือน มีคำกล่าวถึง ดาวเพดานว่า "อ้าย ยี่สาม อยู่ก้ำตะวันตก สี่ ห้า หก ผกมาทิศอุดร (เหนือ) เจ็ด แปด เก้าจรเข้าบูรพา (ตะวันออก) สิบเอ็ด สิบสองย้ายมาทิศใต้" ฉะนั้นหัวเสาต้องหันหน้าไปทางอื่น เช่น ถ้าจะปลูกบ้าน ในเดือน 4 ดาวเพดานจะอยู่ทางทิศเหนือต้องหันเสาไปทางทิศตะวันออก ปลายเสาให้ไปทางตะวันตกดังนี้
ครั้นเฒ่าแก่แลพราหมณ์จับที่เสาแล้วจะนำสิ่งของมาผูก โดยปลายเสาเอก จะผูกไซที่ใส่แก้วแหวน เงิน ทอง ของมีค่า กล้วย หน่อกล้วย 1 หน่อ อ้อย 1 ลำ ให้ผ้าแดงผูกติด ส่วนเสาขวัญ(เสาโท) ผูกหรืออัก กล้วย อ้อยอย่างละ 1 หน่อ ใช้ผ้าเหลืองผูกติดกับปลายเสา ขณะที่ทุกคนจับเสานั้น พราหมณ์จะพูดว่า "มายอขึ้นเสมอจอมปราสาท มาหนุนขึ้นเสมอหาดวังโพน" ช่างจะยกเสาเอกขึ้น แล้วจะเอาของค้ำคูณทั้งหลายที่เตรียมไว้ลงไป พราหมณ์จะบอกกล่าวแก่พระแม่ธรณีว่า "แม่เจ้านางธรณีเอ๊ย บัดนี้ฝูงข้าพเจ้าทั้งหลายได้มาก่อแปงสร้างเฮือนซานบ้านอยู่ แต่ก่อนกี้สถานที่นี่ แม่นางธรณีให้เอาแผ่นคำมาปูไว้ องค์พระแก่นไท้ว่าอยู่สวัสดี มื่อนี้เป็นมื่อดี พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย จึงมายกเสาเอกลงเลขเสาโทเพื่อให้มีสุขโขอยู่ซุ่มกินเย็น" ผู้เฒ่าแก่จะ ดึงด้ายสายสิญจน์ที่ผูกอยู่ปลายเสาเอกดึงไปทางทิศตะวันออก (บางคนจะนิมนต์พระ 3 รูป มาสวดชยันโตตอนจะลงเสาเอก แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไร) พราหมณ์ผู้ทำพิธีจะสวดพระคาถา 8 ทิศ แล้วช่างยกเสาขึ้นลงตั้งให้ตรง ทุกคนจะร้องไชโยขึ้นพร้อมกัน 3 ครั้ง พราหมณ์ผู้ทำพิธีจะใช้มีด ตัดสายสิญจน์พร้อมกันสวดพระคาถา "อายุวัตตโก ธนวัตตโก" ก็เป็นเสร็จพิธีลงเสาเอก ส่วนเสาโทนั้น ไม่กำหนดเวลาว่าจะลงเวลาใด แต่ส่วนมากจะลงเวลาเสาเอกลงแล้ว ครั้นตั้งเสาเอก เสาโทเอาไว้ ครบ 3 วัน หรือ 7 วัน จะเอาสิ่งของที่เสาเอกลง แล้วช่างก็เริ่มสร้างบ้านไปจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเข้าอยู่ก็จะต้องทำพิธีขึ้นบ้านใหม่
 
การขึ้นบ้านใหม่ เมื่อบ้านเสร็จพร้อมที่จะเข้าอยู่ได้ จะหาฤกษ์ที่เป็นมงคล เพื่อขึ้นบ้านใหม่ต้องได้เป็นวันดี ไม่เป็นวันอุบาทว์โลกาวินาศต้องเป็นวันฟูหรือวันอมุตตโชค ในวันขึ้นบ้านใหม่ให้เอาใบกล้วยมาวางเอาก้อนหินทับไว้ที่บันได การมุ่งหน้าเข้าบ้านต้องมิให้ชนกับดาวเพดานเมือง แล้วแบ่งคนออก 2 กลุ่ม ให้มีคนอยู่บ้านใหม่ 2-3 คน คนอีกกลุ่มใหญ่หาบสิ่งของจะมาขึ้นบ้านใหม่ พิธีจะทำกันในเวลาเช้าหรือตอนเย็นประมาณบ่ายห้าโมง สมัยก่อนนิยมทำตอนเย็น แต่ในปัจจุบันชาวร้อยเอ็ดจะนิยมทำในเวลาเช้า ประมาณ 6-8 นาฬิกา โดยเจ้าเรือนจะแต่งตัวภูมิฐาน นำดอกไม้ธูปเทียน 1 คู่ พนมไว้ในมือนั่งหันหน้าไปทางบันไดแล้วว่า "ยาตรา ยามดี วันนี้ ชัยศรีสวัดสะดีลาโภ นะโมพุทธายะฯ ทุติยัมปิ ตติยัมปิฯ" แล้วพากันออกเดินทางจากเรือนหลังเก่า ไปสู่เรือนหลังใหม่ หัวหน้า (พราหมณ์) ผู้หนึ่งถือดาบใส่กุ๋บเกิ้ง (กุบ ก็ว่าคือหมวกหรืองอบใบลาน) ถือตะเกียง สะพายถง (ย่าม) ในถงมีของค้ำของคูณคือ ค้อน สิ่ว เขี้ยว เขา คุด นอ งา อุ้มพระพุทธรูป 1 องค์และตามด้วยคน มีคนหาบของ กระบุง กะต่า(ตะกร้า) มีของกินของใช้ครบ ที่นอน หมอน สาด พอถึงเรือนก็วนขวา 3 รอบ และหยุดตรงบันได มีการทักทายปราศัยกันขึ้น คนเฝ้าบ้านถามก่อนว่า คนเฝ้าบ้าน เฮ้ย พวกหมู่นี้ หาบกะดอน คอนกะต่า ขนสิ่งของมาแต่ไสนอ พราหมณ์ พวกผู้ข้ามาแต่เมืองหมั่นคำทองพุ้นดอก ได้ยินข่าวว่าลูกหลาน ปลูกเฮือนใหม่ ใส่หญ้าเต็ม ว่าสิมาค้ำมาคูณให้ ควม(ความ)เจ็บบ่อให้ได้ควมไข้บ่อให้มี ให้อยู่ดีมีแฮงอยู่ซุ่มกินเย็น ควมเข็ญไฮ้บ่อให้แล่นมาพาน ให้ได้กินได้ทาน บ่อให้อึดให้อยากบ่ให้ขาดให้เขินจักอันจักแนว คนเฝ้าบ้าน เฮ้ย คันสิมาค้ำมาคูณกะให้อยู่ดีมีแฮงอยู่เย็นเป็นสุข ได้หยังมาแน่ พราหมณ์ ได้มาเหมิดคู่อันคู่แนว นั่นแหล่ว

คนเฝ้าบ้าน กุบส่องฟ้า ผ้าส่องดาวได้มาบ่อ
พราหมณ์ ได้มา
คนเฝ้าบ้าน ข่อยข้า หญิงชายได้มาบ่อ
พราหมณ์ ได้มา พ่องแก้วแหวนเงินทอง ของกิน ถ้วยบ่วง ขันตักน้ำ ข้าวน้ำ ซ่ามปลาเอามาเหมิด
คนเฝ้าบ้าน ขอเบิ่งจักหน่อยแน่เด้อ (ตรวจดูของในกระบุง) ยกแหขึ้น แล้วถาม แม่นหยัง
พราหมณ์ แหลูกทองมองลูกกั่ว(ถามพลางยกถุงเงิน) แม่นหยังนี้ ก้อนเงินก้อนคำ
คนเฝ้าบ้าน เออ! ดีๆ ยกก้อนหินขึ้น 2 ก้อน นี่แมนหยัง
พราหมณ์ ก้อนโศก ก้อนเศร้า
คนเฝ้าบ้าน นี่บ่อเอาโยนทิ้งไปไกลๆ
พราหมณ์ โยนทิ้งไปคนเฝ้าบ้านเชิญขึ้นบ้านก่อนเข้าบ้านเหยียบก้อนหินก่อนแล้วล้างเท้าจึงขึ้นบ
้าน พราหมณ์นำสิ่วไปตอกที่เสาแฮก โดยตอกไปว่าไป มีคำตอกสิ่วว่า "ตอกบาทหนึ่งให้ได้ ฆ้องเก้ากำ ตอกบาทสองให้ได้คำแก้วหมื่น ตอกบาทสาม ให้ได้เล้าข้าวหมื่นมาเยีย ตอกบาทสี่ให้ได้เมียสาวมานอน พ่างข้าว ตอกบาทห้าให้ได้ซ้างม้าแล่นมาโฮง ตอกบาทหก ให้ได้ชายถงมานอนเฝ้าเล้าข้าว ตอกบาทเจ็ดให้ได้ผู้เฒ่า มานอนเฝ้าเฮือน โอมอุอะมุมะมูนมา มหามูลมัง สวาหุมฯ" ตอกแล้วเอาถงห้อยไว้ อย่าน้อย 7 วันจึงเอาออก

จากนั้นฝ่ายเจ้าบ้านก็บอกให้ปูที่นอนรับพ่อใหญ่ แลพี่น้องจากเมืองหมั้นคำทอง ปูแล้วพ่อใหญ่นอนห่มผ้าถ่วงหัวเท้า(ห่มคลุม) พอสมควรทำกรนครอกแครกๆ จึงมีผู้ทำไก่ขัน ตบมือเหมือนไก่ตีปีกก่อนแล้วขัน "แจกแจแดแจ้ก….โอ้กโกโดโอ้ก" ขัน 3 ครั้ง มีคนมาปลุกให้ตื่นว่า สว่างแล้ว ผู้นอนลุกมาแล้วเล่าว่าฝัน ก็มาแก้คำฝันกัน เจ้าบ้านแก้ฝันว่า "ฝันคืนนี้ฝันดีมีลาภ ฝันว่าพ่อใหญ่ เอาไข่ป้อนให้แต่เฮา เหมิดกระบวนแล้วคนเมือเหมิดอ่อยฮ่อย ฝันว่านางนาถน้อยจูงแขนเข้าบ่อนนอน" เจ้าบ้านแก้ฝันแล้วพ่อใหญ่ให้พร เออ นอนหลับให้เจ้าได้เงินหมื่น นอนตื่นให้ได้เงินแสน แปนมือไปให้เจ้าได้แก้วมณีโชติ โทษฮ้ายอย่าได้มาพาล มารฮ้ายอย่าได้มาใกล้ ของจังไฮอย่าได้มาเบียดบัง โอมสหมฯ แล้วเลี้ยงอาหารแขก เป็นเสร็จพิธีขึ้นบ้านใหม่ (มนตรี ตรีภพ. 2542 : สัมภาษณ์)

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: