Posted by: piman007 | 03-10-2007

การดับไฟไหม้รถยนต์

เคล็ดลับที่ 1
โดยปกติแล้วเพลิงไหม้จะเริ่มต้นจาก 3 จุดของตัวรถคือ
1. ห้องเครื่อง สาเหตุเนื่องจากการรั่วของน้ำมันเชื้อเพลิงหรืดน้ำมันหล่อลื่น
2. ใต้แผงหน้าปัด สาเหตุเนื่องจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า
3. ที่เบาะหลัง สาเหตุเนื่องจากการทิ้งก้นบุหรี่ออกไปนอกรถแต่กลับปลิวไปตกที่บริเวณเบาะหลังโดยไม่รู้ตัว
 
เคล็ดลับที่ 2
โดยทั่วไปจะมีถังดับเพลิงอยู่หลากหลายชนิดด้วยกัน แต่ที่ท่านควรจะมีติดรถไว้ก็คือถังดับเพลิงชนิด ABC ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลายอเนกประสงค์กล่าวคือ
ชนิด A มีคุณสมบัติในการดับเพลิงที่เกิดจากเชื้อเพลิงทั่วไปเช่น ไม้ กระดาษ หรือเครื่องเบาะของรถ
ชนิด B มีคุณสมบัติในการดับเพลิงที่เกิดจากของเหลวไวไฟเช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเชื้อเพลิง
ชนิด C มคุณสมบัติในการดับเพลิงที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
ข้อเสียของถังดับเพลิงชนิด ABC ก็คือผงแป้งละเอียดที่ตกค้างหลังจากการใช้งาน จะกัดกร่อนจุดเชื่อมต่อต่างๆของระบบไฟฟ้าและทำความเสียหายกับสมองกลหรือระบบเกียร์อิเลคทรอนิค ดังนั้นท่านต้องทำความสะอาดอย่างทั่วถึงหลังการใช้งาน
ในการดับไฟนั้น ให้ท่านฉีดผงเคมีไปยังฐาน(ต้นกำเนิด)ของเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่นั้น และกวาดหัวฉีดกลับไปมาอย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งไฟดับลง อย่าพ่นสารเคมีไปยังเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ในอากาศเพราะนั่นนอกจากจะดับไฟไม่ได้แล้ว ก็ยังทำให้สิ้นเปลืองส่วนประกอบอันมีค่าของเครื่องคับเพลิงไปโดยเปล่าประโยชน์
ถ้าหากเกิดไฟไหม้ขึ้นกับเครื่องเบาะรถท่าน ให้ดับไฟที่เบาะด้วยเครื่องดับเพลิงก่อน แล้วจึงรีบดึงเบาะดังกล่าวออกมาจากรถของท่านเพราะบางทีไฟอาจยังคงคุกรุ่นอยู่ในส่วนที่ลึกของเบาะ จากนั้นจึงเปิดเบาะออกแล้วฉีดสารเคมีดับเพลิงให้ทั่วถึงต่อไป.
 
เคล็ดลับที่ 3
หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องดับเพลิงชนิด ABC เพื่อดับไฟในบริเวณที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆถ้าหากทำได้ ในกรณีนี้อุปกรณ์ดับเพลิงชนิดที่เป็น ฮาลอน (Halon) จะเหมาะสมที่สุดเนื่องจากหลักการทำงานของอุปกรณ์ดับเพลิงชนิดนี้คือการเข้าไปไล่ออกซิเจนซึ่งเป็นตัวช่วยให้ติดไฟออกไปจนสามารถดับไฟได้ อุปกรณ์ดับเพลิงฮาลอนจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริเวณที่มีพื้นที่แคบและไม่มีการถ่ายเทอากาศ หากมีการถ่ายเทอากาศฮาลอนก็จะถูกลมพัดกระจายไปจนหมดและทำให้เปลวไฟลุกขึ้นมาได้อีก บริเวณใต้แผงหน้าปัดของรถจะใช้อุปกรณืดับชนิดนี้ได้ดี แต่ท่านต้องรีบถอดขั้วแบตเตอรี่ออกหลังจากไฟดับแล้วเพื่อป้องกันการเกิดลุกไหม้ขึ้นอีก
แต่จากกรณีศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้คณะกรรมการฯได้สั่งห้ามการผลิตอุปกรณ์ดับเพลิงชนิดนี้ แต่ก็ยังคงสามารถหาซื้ออุปกรณ์ส่วนที่เหลือได้จาก General Fire Extinguisher Company of Northbrook, Illinois ท่านสามารถโทรสอบถามตัวแทนอื่นๆได้ที่ 1-800-323-6452. แต่ยังทางเลือกอีกอย่างในการใช้งานอุปกรณ์ดับเพลิงทดแทนฮาลอนนั่นก็คือ เครื่องดับเพลิงแบบเก่าซึ่งใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)เป็นตัวคับไฟนั่นเอง
 
เคล็ดลับที่ 4
ให้นำเครื่องดับเพลิงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ท่านจะสามารถนำติดรถไปด้วยได้ เพื่อเพียงพอต่อการใช้งานกรณีที่เกิดเหตุขึ้นมา
 
เคล็ดลับที่ 5
เพลิงไหม้ที่บริเวณห้องเครื่องยนต์นั้นโดยปกติเกิดจากการแตกของท่อน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วน้ำมันรั่วไปโดนเครื่องที่กำลังร้อนอยู่ ให้ตรวจสอบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่ามีการแตกร้าวก็ให้ทำการเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย ข้อนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากมีการพบว่า MTBE ซึ่งเป็นสารเคมีที่เพิ่มเข้าไป(Additive)ในน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น มีส่วนทำให้เกิดการผุกร่อนของท่อน้ำมันจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น
หากเกิดไฟไหม้ที่ห้องเครื่องยนต์ ให้ท่านดับเครื่องยนต์โดยทันทีเพื่อหยุดการทำงานของปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงและการไหลเวียนของน้ำมันเชื้อเพลิง การดับไฟที่ห้องเครื่องให้ปลอดภัยและได้ผลนั้นจะต้องใช้คนสองคนด้วยกัน โดยให้คนหนึ่งถืออุปกรณ์ดับเพลิงและเตรียมพร้อม ในขณะที่อีกคนหนึ่งเปิดฝากระโปรงรถขึ้นมา ทันทีที่ฝากระโปรงเปิดขึ้นนั้นจะมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาเนื่องจากมีอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกเข้าไปสัมผัส ดังนั้นคนที่เตรียมพร้อมอยู่นั้นต้องฉีดเคมีดับเพลิงไปยังต้นกำเนิดของเพลิงโดยทันทีทันใดจนกระทั่งไฟดับ ที่สำคัญก็คือท่านต้องเปิดฝากระโปรงขึ้นมาโดยเร็ว ก่อนที่ไฟจะไหม้สายเคเบิลสำหรับเปิดฝากระโปรงเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้วก็จะไม่สามารถดับไฟที่ไหม้ได้เลย ท่านไม่ต้องพยายามดับไฟโดยการพ่นสารเคมีดับเพลิงผ่านเข้าไปทางหม้อน้ำหรือซุ้มล้อ เพราะมันจะไม่ได้ผลรวมทั้งเสียเวลาและสารเคมีดับเพลิงของท่านไปโดยเปล่าประโยชน์ การคับเพลิงชนิดนี้ให้ได้ผลต้องคับที่ต้นกำเนิดของเพลิงเท่านั้น
 
เคล็ดลับที่ 6
ถ้าท่านกำลังต่อสู้อยู่กับไฟที่กำลังไหม้รถนั้น ท่านจะต้องไม่เข้าไปอยู่ใน"เขตอันตราย (zone of danger)"นั่นก็คือพื้นที่รูปกรวยเริ่มจากตำแหน่งของถังน้ำมัน(โดยปกติจะถูกติดตั้งไว้ด้านท้ายของรถ)ไปยังด้านหลังของรถ เพราะถ้าหากถังน้ำมันเกิดระเบิดขึ้น มันจะส่งแรงระเบิดอันน่ากลัวซึ่งเป็นอันตรายถึงตาย ออกมาจากทางด้านหลังของรถเป็นระยะทาง 50 ถึง 100 ฟุต (15-30 เมตร) เลยทีเดียว (เสริม-พื้นที่รูปกรวยให้ท่านนึกภาพเปลวไฟที่พุ่งออกมาจากปลายของจรวดขับดันยานอวกาศขณะส่งขึ้นจากฐาน)
 
เคล็ดลับที่ 7
ในแต่ละปี(ที่อเมริกา)จะมีรถประเภทอเนกประสงค์และกระบะบรรทุกจำนวนมากถูกไฟไหม้ เมื่อคนขับได้จอดรถทิ้งไว้ในบริเวณที่มีหญ้าสูงๆ เพื่อไปล่าสัตว์ ตกปลา หรือเดินเที่ยว เนื่องจากอุปกรณ์เครื่องกรองมลพิษจากไอเสีย (catalytic converter) ที่ยังร้อนอยู่ไปทำให้หญ้าเกิดติดไฟขึ้นมาและลุกลามไปทั้งทุ่งหญ้าหรือกลายเป็นไฟป่า ซึ่งมันจะเผาผลาญทุกอย่างที่อยู่รอบๆบริเวณนั้น ดังนั้นเพื่อเห็นแก่รถของท่านและสิ่งแวดล้อม อย่าจอดรถใกล้กับสิ่งใดๆก็แล้วแต่ที่เครื่องกรองมลพิษจากไอเสีย (catalytic converter) หรือ ท่อไอเสียของรถจะสามารถทำให้เกิดการลุกไหม้ได้
 
เคล็ดลับที่ 8
ถ้าหากท่านใช้ "motorhome" หรือลาก "camper-trailer" (รถที่ออกแบบให้มีบริเวณคล้ายห้องนอนด้านหลังคนขับ คนอเมริกันใช้เป็นบ้านหรือที่พักค้างแรม) ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า เพราะรถประเภทนี้มีการติดตั้งถังแก๊สหุงต้ม เพื่อใช้ในการประกอบอาหารด้วย ซึ่งจะเป็นแหล่งเชื้อเพลิงอีกอย่างหนึ่งของการเกิดไฟไหม้หรือการระเบิด รถประเถทนี้มีแนวโน้มการเกิดเพลิงไหม้อันเนื่องมาจากไฟฟ้าลัดวงจรด้วยเนื่องจากความซับซ้อนของระบบสายไฟในรถ ดังนั้นต้องแน่ใจว่ารถของท่านได้ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันหรือแก๊สรั่วไว้แล้วด้วย.
 
เคล็ดลับที่ 9
บางครั้งท่านเองก็สามารถทำให้เกิดเพลิงไหม้รถได้ หรือเกิดการบาดเจ็บหรือถึงแก่ชีวิตของตัวท่านเอง หากท่านทำการเติมน้ำมันจากภาชนะบรรจุซึ่งเกิดมีไฟฟ้าสถิตย์อยู่ ประกายไฟจะกระโดดจากภาชนะบรรจุน้ำมันไปยังตัวถังของรถและไปจุดระเบิดไอระเหยของน้ำมันขึ้นได้ ดูเหมือนว่าไฟฟ้าสถิตย์จะเกิดขึ้นกับภาชนะบรรจุที่บรรทุกไว้ในรถกระบะที่มีการติดตั้งพื้นปูกระบะพลาสติก หรืออันที่บรรทุกไว้บนหลังคาของรถเนื่องจากการขับรถด้วยความเร็วบนทางหลวงนั้นจะทำให้อากาศเกิดการเสียดสีกับผิวของภาชนะบรรจุจนมีการเก็บประจุเกิดขึ้น ก่อนที่จะเทน้ำมันออกมานั้นท่านต้องมั่นใจว่าได้ล้างไฟฟ้าสถิตย์ด้วยการลงกราวด์ภาชนะบรรจุก่อนแล้วทุกครั้งเพื่อป้องกันการเกิดเหตุดังกล่าวข้างต้น และจำไว้ด้วยว่าภาชนะบรรจุน้ำมันที่ใกล้หมดสามารถเป็นอันตรายได้มากกว่าอันที่ยังเต็มอยู่ เพราะไอระเหยของน้ำมันด้านในจะเกิดการระเบิดได้ง่ายกว่าที่น้ำมันที่ยังมีสภาพเป็นของเหลว.
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: